"ยิ่งลักษณ์"ไปบรรยายที่ว็อยซ์ทีวี ชี้ไทยสร้างรถไฟเร็วสูงแค่พันกิโลเมตร น้อยกว่าจีนที่สร้างเป็นหมื่นกิโล นำนายกฯจีนเปิดนิทรรศการก่อนบินไปเช
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการรถไฟความเร็วสูงแห่งประเทศจีน และเยี่ยมชมนิทรรศการ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์หลังชมนิทรรศการเสร็จ นายกรัฐมนตรีนำนายหลี่ เค่อเฉียง เข้าเฝ้าทูลละอองสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่วังสระปทุม และต่อ จากนั้นนายกรัฐมนตรีจีนได้เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ณ ทำเนียบองคมนตรี พร้อมพบปะนักธุรกิจจีนที่หอการค้าไทย-จีน อาคารไทย ซี ซี ถนนสาธรใต้
ในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจีน เดินทางถึงจังหวัดเชียงใหม่โดยนายกรัฐมนตรี ทั้ง 2 ประเทศจะเยี่ยมชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ และนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ขณะที่วันที่ 13 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีจีน จะเยี่ยมชมโรงเรียนช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุงและเยี่ยมศูนย์แสดงจำหน่ายและกระจายสินค้า OTOP จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นจะเดินทางจากกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ ไปประเทศเวียดนามต่อไป
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปบรรยายในงาน เป็นประธานและบรรยายพิเศษโครงการ “This’s My Future 2013 : 9 สุดยอดคลังสมองประเทศไทย ปั้นเด็กไทยไปเวทีโลก” ณ Voice SPACE สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียว Voice TV อาคาร BBD ถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีบุคคลเครือญาติในตระกูลชินวัตรร่วมงานคับคั่ง อาทิ คุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ นายบรรณพจน์ ดามาพงษ์ นายพานทองแท้ นางสาวแพรทองธาร และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร ร่วมในงานด้วย เนื่องจากงานดังกล่าวจัดโดยมูลนิธิไทยคมที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ เริ่มต้นกล่าวทักทายทุกคนเริ่มตั้งแต่ คุณหญิงพจมาน นายบรรณพจน์ และบอกว่ารู้สึกดีใจที่ได้กลับมายืนตรงนี้อีกครั้ง เพราะตนเคยเป็นกรรมการและเลขานุการของมูลนิธิไทยคม นอกจากนี้นายกฯยังกล่าวถึงแนวทางการพัฒนาเยาวชนไทยไปในเวทีโลกว่า องค์ความรู้ที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนที่รู้แจ้งคือเน้นการปฏิบัติเชื่อว่าเยาวชนทุกคนมีอนาคตมีความฝัน มีความคิดของตนเองถ้าเรารู้จักค้นหาตนเอง รู้จักอนาคตข้างหน้า ดังนั้นต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ เพราะเชื่อว่าเด็กไทยไม่แพ้คนอื่น ซึ่งตนเชื่อในศักยภาพเด็กไทย ตนต้องการเห็นความเท่าเทียมกันทางการศึกษา ซึ่งรัฐบาลเน้นเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยจะมีดูแลประชาชนตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่เด็กในครรภ์ เพราะถ้าแม่มีสุขภาพกายใจและดี ลูกก็จะสุขภาพจิตดีและแข็งแรง
"และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่พลิกโฉมประเทศไทย คือระบบขนส่งผ่านโครงการสองล้านล้านแม้ดูเป็นตัวเลขที่สูง แต่ใช้เวลานานถึง 7 ปี ซึ่งขณะนี้นายกฯจีนก็มา ซึ่งที่จีนมีรถไฟความเร็งสูงเป็นหมื่นๆกิโล แต่เราจะสร้างแค่พันกว่ากิโลเมตรเอง ไม่มากเกินไป สิ่งต่างๆ ทำให้เกิดการจ้างงาน มีการพัฒนาเมืองใหม่ มีเส้นทางคมนาคมเข้าไปเชื่อมโยงยุทธศาสตร์จังหวัดที่จะเปลี่ยนเป็นโอกาสที่เยาวชนจะได้ศึกษาและทำงานโดยไม่ได้ต้องเข้ามาในกทม .ทุกอย่างทำกระจายในต่างจังหวัด ไม่ต้องเข้ามากทม. อย่างไรก็ตามมีคนกล่าวว่าถ้ามีเงินทำอะไรก็สร้างได้ แต่การสร้างเยาวชนมากว่านั้น ดังนั้นเราต้องอดทนไม่ย่อท้อแต่อุปสรรค" นายกรัฐมนตรี กล่าว








