ไทย-จีนเซ็นเอ็มโอยู6ฉบับ "ยิ่งลักษณ์"หวังการค้าทะลุแสนล้านดอลลาร์ในปี58 ด้านนายกฯจีนลั่นทำทุกความร่วมมือให้สำเร็จ
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรีฝ่ายไทยให้การต้อนรับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ จากนั้นนายกรัฐมนตรีนำคณะของไทยหารือข้อราชการเต็มคณะกับคณะของจีนโดยมีการลงนามความตกลงจำนวน 6 ฉบับด้วยกันได้แก่ (1) บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยโครงการความร่วมมือระดับรัฐบาลด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยที่เชื่อมโยงกับการชำระค่าใช้จ่ายด้วยสินค้าเกษตร (2) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งราชอาณาจักรไทยและธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (3) บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน (4) ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริม 4 โครงการความร่วมมือภายใต้โครงการความเป็นหุ้นส่วนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาเซียน-จีน ระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (5) แผนปฏิบัติการ 5 ปี สำหรับความร่วมมือทางทะเลไทย-จีน ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งราชอาณาจักไทยกับทบวงกิจการทางมหาสมุทรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (6) แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงวัฒนธรรมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างปี 2557-2559นอกจากนี้ยังมีการลงนามความตกลงของภาคเอกชน จำนวน 2 ฉบับ คือ (1) การลงนาม MOU ข้าว และ (2) การลงนามสัญญา Financial Framework ระหว่าง Country Group Development และ Beijing Construction Engineering Group
ทั้งนี้ในการแถลงข่าวร่วมกัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า การเยือนของนายกฯจีนในฐานะผู้นำคนใหม่ของจีน ซึ่งเป็นความสำคัญของความร่วมมือในโอกาสต่อไป โดยบรรยากาศการหารือเป็นอย่างสร้างสรรค์ เป็นการกระชับความสัมพันธ์ของสองชาติให้เจริญรุดหน้าทุกด้าน เพราะมีการลงนามเอ็มโอยูถึง 6 ฉบับ อาทิ ด้านการส่งเสริมการค้าการลงทุน ซึ่งมีการกำหนดเป้าหมายร่วมกันที่จะให้บรรลุ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2558 ซึ่งไทยจะส่งสินค้าเกษตร อาทิ ข้าว ยางพารา มันสำหลัง น้ำมันปาล์มและผลไม้ โดยฝ่ายไทยขอให้นักลงทุนจีนมาลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปในประเทศไทย รวมทั้งจีนสนใจร่วมพัฒนารถไฟความเร็วสูง ซึ่งไทยมีความยินดีร่วมมือในระดับรัฐบาล โดยจะชำระบางส่วนด้วยสินค้าเกษตร ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะหารือกันต่อไป และนอกจากนี้จีนเห็นด้วยที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย ของภูมิภาค ซึ่งไทยยินดีร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค
จากนั้นนายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวต่อโดยทักทายว่า "สวัสดีเพื่อนมิตรผู้มีเกียรติทั้งหลายและเพื่อนนักข่าวทุกคน" โดยการมาครั้งนี้เป็นการมาเยือนไทยครั้งแรกตั้งแต่เป็นนายก โดยตนขอขอบคุณนางสาวยิ่งลักษณ์และรัฐบาลไทยอีกครั้งสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น โดยตนขอฝากการทักทายผ่านไปยังประชาชนชาวไทยด้วย ทั้งนี้หลังจากที่ตนได้เดินทางและลงจากเครื่องบินก็ได้สัมผัสถึงมิตรภาพที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย-จีน โดยวาระแรกได้เดินไปที่รัฐสภาและได้ปาฐกถาและอยากจะใช้โอกาสการไปรัฐสภาฝากถึงความตั้งใจและความปรารถนาดีให้สองชาติสนิทแนบแน่นยิ่งขึ้น
นายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวว่า ในการหารือกับนางสาวยิ่งลักษณ์ในประเด็นที่กว้างขวางอย่างจริงใจและได้เป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารหลายฉบับ ซึ่งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจีนและไทยมีการส่งเสริมความร่วมมือมีอนาคตที่สดใสดกว้างไกลในความร่วมมือที่กว้างขวางลึกซึ้งและรอบด้าน ซึ่งตนคิดว่าความร่วมมือนี้มีศักยภาพอย่างสูง
"เราไม่อาจจะใช้คำคำนึงคะนึงมาครอบคลุมถึงความร่วมมือที่เรามีอยู่ แต่สิ่งที่แน่นอนคือจีนไทยเสมือนครอบครัวจะสนิทแนบแน่น ความร่วมมือจะได้รับการปฏิบัติอย่างตั้งใจและสำเร็จทุกโครงการและนำความผาสุกมาสู่ประชาชนสองประเทศ"นายกฯ จีนกล่าว






