วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯจีนย้ำซื้อข้าวไทยล้านตันพ่วงยางพารา

"หลี่ เค่อเฉียง"เผยเตรียมซื้อข้าวไทย 1 ล้านตัน แถมพ่วงยางพาราด้วย ระบุเล็งยกเลิกวีซ่าคนไทยเข้าจีน

นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เข้าร่วมรับฟังการประชุมในห้องประชุม ซึ่งนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ให้การต้อนรับ ทั้งนี้นายกฯจีนได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ของประธานรัฐสภาท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับของสมาชิกรัฐสภาไทยเป็นระยะ ทั้งนี้มีนักธุรกิจระดับชั้นนำของประเทศ อาทิ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) นายชาตรื โสภณพานิช ประธานกรรมการและที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ ได้เช้าร่วมรับฟังบนที่นั่งของกรรมาธิการฯ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำต่างชาติได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ห้องประชุมร่วมรัฐสภาต่อมา นายหลี่ ได้ลงมากล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา ตอนหนึ่งว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้วได้มีโอกาสเดินทางไทยและประทับใจเป็นอย่างมาก ทั้ง 2 ประเทศมีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกันทำให้เกิดความแน่นแฟ้นและมีความสัมพันธ์ที่ดีตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยและจีนเป็นคู่ค้ากันในเรื่องสินค้าการเกษตรโดยเฉพาะยางพาราซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 8 เท่า ขณะเดียวกันความสันพันธ์ไทยและจีนยังมีความแตกต่างจากความสัมพันธ์ของประเทศอื่นจนอาจกล่าวได้ว่าไทยและจีนเป็นพี่น้องกัน ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีต่อกลุ่มประเทศอาเซียนอื่นๆ อีกทั้งผู้นำประเทศได้เยือนประเทศของกันและกันบ่อยครั้งเรามีมิตรภาพลึกซึ้งกันมากกว่าประเทศอื่นๆ เช่น ตอนที่ไทยประสบภัยสึนามิทางจีนก็ได้ให้ความช่วยเหลือเช่นเดียวกับที่จีน ประสบภัยแผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวนไทยก็ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความ สามารถ เป็นต้น ในสถานการณ์โลกที่แปรปรวนเป็นโอกาสดีสำหรับประเทศเอเชียตะวันออกที่จะพัฒนา ความสัมพันธ์ร่วมกัน

นายหลี่ กล่าวถึงการสร้างความร่วมมือกันของทั้ง 2 ประเทศในอนาคตว่า การพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกันจะต้องเริ่มจาก 1.ความไว้เนื้่อเชื่อใจ 2.ความจริงใจต่อกันด้วยการไปมาหาสู่กัน 3.ยกระดับความสัมพันธ์กันในเชิงยุทธศาสตร์ โดยส่วนตัวมีข้อเสนอหลายข้อ คือ 1.การสืบสานวัฒนธรรมระหว่างกัน โดยควรมีผู้นำประเทศระดับสูงเดินทางไปมาหาสู่กันบ่อยๆ เพื่อหารือกันถึงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในระยะยาว 2.ในด้านเศรษฐกิจจะต้องทำให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นเพื่อให้มีมูลค่าการค้าขายร่วมกันถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐภายใน 5 ปีนี้จีนจะนำเข้าข้าวจากไทย 1 ล้านตัน และนำเข้ายางพารา ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทยเพิ่มขึ้น และจะมีการสร้างกลไกการจัดการขึ้นมาเพื่อความสัมพันธ์ทางด้านการค้าการเกษตร โดยจีนจะสร้างธนาคารที่ใช้สกุลของเราในการชำระหนี้ระหว่างประเทศและสร้าง สาธารณูปโภคให้ครอบคลุม

นายหลี่ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการสร้างรถไฟความเร็วสูงของไทยนั้นจีนมีองค์ความรู้ที่จะถ่ายทอด ให้กับประเทศไทย เพราะเชื่อว่ารถไฟความเร็วสูงจะยกระดับความเป็นอยู่ให้กับประชาชนได้ ซึ่งจีนหวังว่านายกรัฐมนตรีของไทยจะไปร่วมงานนิทรรศการรถไฟฟ้าความเร็วสูง เพื่อหารือกันอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้

นาย หลี่ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันจะเสนอให้มีการยกเลิกการขอวีซ่าเข้าประเทศให้กับคนไทย เพราะจะทำให้ประชาชนได้ไปมาหาสู่กันมากขึ้น เพื่อสร้างความแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมให้แน่น แฟ้นมากขึ้น และสถาบันขงจื้อจะเป็นตัวกลางในการพัฒนาด้านภาษาระหว่างกัน พร้อมกันนี้จีนยึดมั่นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยแนวทางสันติวิธีเพื่อให้ ภูมิภาคนี้ได้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน มั่นคงและต่อเนื่อง โดยผ่านการปฎิรูปกลไกและโครงสร้างต่างๆเพื่อให้เราสามารถปฎิรูปเศรษฐกิจของ ประเทศและทำให้เศรษฐกิจจีนมีความมั่นคงในโลก ซึ่งชื่อว่า การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะสามารถให้โอกาสประเทศอาเซียนและไทยให้เติบโตไปพร้อมกับจีนได้