วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อัดรัฐ'จนไม่เจียม' กู้เงิน'ตั้งกองทุนมั่งคั่ง'

"ธีระชัย"ผ่ามุมมอง"กองทุนมั่งคั่ง" หากรัฐบาลใช้วิธีกู้เงินเพื่อจัดตั้งกองทุน ไม่ต่าง "จนแต่ไม่เจียมตัว"ทำตามแฟชั่น เหตุรัฐยังขาดดุลงบประมาณ

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค Thirachai Phuvanatnaranubala โดยระบุว่า มีนักวิชาการสอบถามผมว่า ประเทศที่จะตั้งกองทุนมั่งคั่ง (sovereign wealth fund) นั้น แค่มีฐานะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมากๆ เป็นเวลานานๆ อย่างเดียวไม่พอหรือจำเป็นต้องมีฐานะการคลัง เป็นฐานะเกินดุลด้วยหรือ เพราะหากใช้หลักคิดนี้ รัฐบาลไทยจะยังไม่สามารถตั้งกองทุนมั่งคั่งได้ง่าย เพราะได้ทุ่มเงินไปในนโยบายประชานิยมมาก

เขาถามว่าผมเข้มงวดเกินไปหรือเปล่า

ขออธิบายครับ

บัญชีการค้าและบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลมากนั้น แสดงว่าประเทศค้าขายเก่ง หรือมีทรัพยากรมาก

แต่ดุลที่เกินนั้น กรณีของไทย เป็นของประเทศโดยรวมครับ บางส่วนเป็นของเอกชน บางส่วนเป็นของรัฐบาล ไม่เหมือนของประเทศอาหรับ ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน กรณีดังกล่าว ดุลที่เกินส่วนใหญ่อาจจะเป็นของรัฐบาล

ผู้ที่จะตั้งกองทุนมั่งคั่ง ก็ต้องเป็นรัฐบาล

ถ้าเป็นเอกชน เงินที่เอาออกไปลงทุน จะเป็นของส่วนตัว เงินที่เอกชนนำไปลงทุนในต่างประเทศนั้น ทำให้ประเทศมีสินทรัพย์ต่างประเทศ แต่ก็ไม่ใช่ของรัฐบาล ไม่ใช่กองทุนมั่งคั่ง

ประเทศที่จะตั้งกองทุนมั่งคั่งนั่น ไม่มีประเทศใด ใช้วิธีรัฐบาลกู้เงิน เพื่อจะนำไปใช้จัดตั้งกองทุนมั่งคั่ง ถ้าใช้เงินกู้ ควรจะเรียกกอวทุน'จนแต่ไม่เจียมตัว'มากกว่า คือเห็นคนอื่นทำ ก็ทำบ้าง ตามแฟชั่น

รัฐบาลที่จะตั้งกองทุนมั่งคั่ง จึงควรจะมีเงินเกินดุลงบประมาณของตัวเอง ที่สะสมเอาไว้ จึงค่อยใช้เงินนี้ไปตั้งกองทุน

สำหรับรัฐบาลประเทศอาหรับนั้น เนื่องจากรัฐบาลเป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน ดังนั้น เมื่อเกินดุลการค้า ก็จะทำให้รัฐบาลเกินดุลงบประมาณไปด้วยคู่กัน การตั้งกองทุนมั่งคั่งจึงทำได้ง่าย

แต่สำหรับประเทศไทย ถ้ารัฐบาลต้องออกพันธบัตร เพื่อแลกกับทุนสำรองที่แบงค์ชาติ ก็จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นไปอีก

ผมจึงเห็นว่าฐานะของรัฐบาลไทย ยังไม่ควรไปคิดตั้งกองทุนมั่งคั่งแต่อย่างใด