วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตือนหุ้นไทยผันผวนลากยาวถึงสิ้นปี

เตือนหุ้นไทยผันผวนถึงสิ้นปี คาดเงินต่างชาติไหลออกเร็ว ตามความไม่แน่นอนศก.สหรัฐ ชง"เจเน็ต เยลเลน"นั่งประธานเฟดคนใหม่ ลดความผันผวนระยะสั้น

นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวดีขึ้น จากการไหลกลับของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ หลังจากได้เทขายสุทธิไปกว่า 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมดัชนีจากต้นปีจนถึงปัจจุบันกลับมาเป็นบวก หรือเพิ่มขึ้น 3.3% จากสิ้นปีที่ผ่านมา จาก ณ สิ้นเดือนก.ย.ที่ปิดตลาดลบ 0.63% จากสิ้นปีที่ผ่านมา

"ช่วงที่นักลงทุนเทขาย จะขายตามพอร์ตลงทุนในภูมิภาค แต่เวลากลับมาซื้อจะเลือกมองพื้นฐานรายประเทศมากขึ้น ซึ่งพื้นฐานเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับที่ดี เงินเฟ้อไม่ได้สูง ทำให้ต่างชาติกลับเข้ามาลงทุน สอดคล้องกับค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่าขึ้น"

ตลาดหุ้นไทยจากนี้จนถึงสิ้นปีมีแนวโน้มผันผวนสูง ตามปัจจัยต่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการขยายเพดานหนี้สหรัฐ เชื่อว่าในที่สุดทั้ง 2 พรรคการเมืองจะมีการตกลงกันได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจได้ เพราะหนี้สหรัฐมีจำนวนมหาศาล มากกว่าเลแมน บราเดอร์ส ถึง 20 เท่า

"นักลงทุนในตลาดหุ้นเชื่อว่าสหรัฐจะตกลงกันได้ ในการแก้ปัญหาทางการคลัง แต่อาจจะช้ากว่ากำหนด หรือช้ากว่าวันที่ 17 ต.ค.นี้ เพราะมีการต่อรองกันอีกหลายวัน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่าปัญหาจะจบเมื่อใด ทำให้การเคลื่อนย้ายเงินทุนผันผวน และตลาดหุ้นไทยก็จะผันผวนตาม"

ส่วนกรณีประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุจะเสนอชื่อนางเจเน็ต เยลเลน รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่นั้น เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์อยู่แล้ว และมีส่วนช่วยลดความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุนระยะสั้น เพราะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้นว่า คงจะไม่มีการลดมาตรการคิวอีในระยะสั้น 1-2 เดือนนี้ เพราะนางเยลเลนพูดมาตลอดว่า สนับสนุนการใช้มาตรการคิวอี จนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 3 ดัชนีปิดตลาดที่ระดับ 1,383.16 จุด ลดลง 0.63% จากสิ้นปี 2555 แต่เพิ่มขึ้น 6.87% เมื่อเทียบกับเดือนส.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดในภูมิภาค ผลจากการกลับเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติช่วงเดือนก.ย. ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยสูงที่สุดในภูมิภาค หรืออยู่ที่ระดับ 1.06 แสนล้านบาท แต่หากไม่รวมดีลการขายหุ้นบริษัทสยามแม็คโคร (MAKRO) ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 8.08 หมื่นล้านบาท

"ในช่วงไตรมาส 3 ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบจากการไหลออกของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ จากข่าวการปรับลดวงเงินมาตรการคิวอีของสหรัฐ ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ โดยเฉพาะไตรมาส 3 ต่างชาติขายสุทธิ 2.99 หมื่นล้านบาท"

ขณะที่คาดการณ์ราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (ฟอร์เวิร์ด พีอี) ตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 3 อยู่ที่ 13.78 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่อยู่ระดับ 13.41 เท่า มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 3.17% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่อยู่ระดับ 3.14 % ส่วนตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (MAI) มีค่าฟอร์เวิร์ดพีอีอยู่ที่ 17.01 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 1.69%

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 3 นักลงทุนมีการซื้อขายหลักทรัพย์ขนาดใหญ่มากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นหลักทรัพย์ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และเทคโนโลยีและการสื่อสาร ขณะที่ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ การซื้อขายหลักทรัพย์ในหมวดกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยีและการสื่อสารเพิ่มขึ้นมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความคืบหน้าในโครงการภาครัฐ และโครงการ 3 จี