ระดมทุนก้อนใหญ่เพิ่มอำนาจแข่งขัน
คาดกำไรปกติ 3Q56 ที่ 758 ล้านบาท
เราคาดว่าผลประกอบการจากธุรกิจปกติของ JAS ใน 3Q56 จะมีกำไร 758 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% YoY และ 2% QoQ จากการขยายพื้นที่ให้บริการ FTTx ทำให้ธุรกิจ Broadband มีจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่เพิ่มจาก 4.7 หมื่นรายใน 2Q56 เป็น 6 หมื่นราย โดยในจำนวนนี้เป็นลูกค้า FTTx 7 พันรายเพิ่มจาก 4 พันรายใน 2Q56 และยังมีลูกค้าที่ต้องการบริการ FTTx รอติดตั้งราว 1.5 หมื่นราย นอกจากนี้ผลจากการประหยัดต้นทุนจากธุรกิจที่เติบโตและการคุมค่าใช้จ่ายได้ดี จะทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 21% YoY เป็น 1,495 ล้านบาท และมี EBITDA margin ดีขึ้นเป็น 53%
IFF จะเป็น Upside ส่วนเพิ่ม
การระดมทุนครั้งใหญ่ด้วยการขายทรัพย์สินฯจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) มูลค่าราว 7 หมื่นล้านบาทจะทำให้ JAS มีแหล่งเงินทุนที่มั่นคงรองรับการเติบโตและทำตลาดเชิงรุก โดย JAS จะเป็นผู้เช่าโครงข่ายใช้เพียงรายเดียว กำหนดค่าเช่าต่อปี 4,200 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี กำหนดต่อสัญญา 2 ครั้งๆ ตลอดเวลา 20 ปีกองทุนจะมีรายได้ค่าเช่าอย่างน้อย 84,000 ล้านบาท สำหรับทิศทางธุรกิจหลังจากตั้ง IFF ผู้บริหารตั้งเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้า จะมีฐานลูกค้า Broadband เพิ่มเป็น 3 ล้านราย จากเป้าหมายสิ้นปีนี้ 1.4 ล้านราย รวมทั้งมีแผนขยายการลงทุนธุรกิจในต่างประเทศ เบื้องต้นเราประเมิน JAS จะมีเม็ดเงินราว 4 หมื่นล้านบาท หลังหักเงินลงทุนหน่วยลงทุนฯ สัดส่วน 33%
บันทึกกำไรจาก IFF 2 วิธี
JAS จะบันทึกรายการทางบัญชีจากการตั้งกองทุน IFF แบ่งเป็น 1) ส่วนต่างระหว่างมูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สิน (ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ) เทียบกับ มูลค่าตามบัญชีสุทธิของทรัพย์ราว 1 หมื่นล้านบาท จะถูกบันทึกเต็มจำนวนหลังหักภาษี 20% และ 2) ส่วนต่างจากการขายทรัพย์สินหลังหักมูลค่ายุติธรรมและเงินที่ JAS จะเข้าถือหน่วยลงทุนใน IFF อีก 33% โดยจะทยอยบันทึกเป็นกำไรเป็นเวลา 7 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้เงินปันผลจากหน่วยลงทุนกองทุนฯ และค่าเช่าโครงข่ายต่อปี 4,200 ล้านบาท เราคาดว่า JAS จะเม็ดเงินบางส่วนจะถูกนำไปคืนหนี้และจ่ายเป็นเงินปันผลพิเศษราว 0.70 - 1.00 บาท (อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 7-10%) ส่วนการตัดจำหน่ายกำไรจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทุนจะช่วยให้ผลการดำเนินงานหลังออก IFF เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
แนะนำ “ซื้อ”
มูลค่าเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานของ JAS ที่ 10.50 บาท ยังไม่รวมผลจาก IFF โดยเรารอการอนุมัติการจัดตั้ง IFF ของ กลต. และการกำหนดอัตราค่าเช่าโครงข่ายหลังปีที่ 7 อย่างไรก็ดี เราประเมินว่าราคาหุ้น JAS ยังมีปัจจัยบวกสนับสนุนในระยะสั้น ทั้งจากโอกาสที่บริษัทจะจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรที่เกิดขึ้นจากการจัดตั้งกองทุน IFF สูงกว่านโยบายการจ่ายเงินปันผล และแนวโน้มกำไร 3Q56 ที่จะเติบโตดี เราคงมุมมองบวกต่อการเติบโตของกำไรสุทธิปีนี้เติบโต 37% เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”









