ไอพีโอ 9 เดือนมาร์เก็ตแคป รวมหาย 10% ตามตลาดรวมพบ อัคคีปราการ-พรีเมียร์-โพรดักส์ มาร์เก็ตแคปลดลงมากกว่า 50% ขณะที่ซีออยล์มาร์พุ่งสวน 103%
สำรวจมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของหุ้นไอพีโอที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนก.ย. 2556 จำนวน 20 บริษัท พบว่า มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของหุ้นไอพีโอปรับลดลงประมาณ 10.23% โดยบริษัทที่มาร์เก็ตแคปปรับตัวลดลงมากที่สุดคือบริษัท อัคคีปราการ (AKP) ซึ่งมาร์เก็ตแคปในวันเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรกอยู่ที่ 2,424 ล้านบาท และ ณ วันที่ 3 ต.ค. มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 816 ล้านบาท ลดลง 66.33% รองมาคือบริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ (PPP) ซึ่งมีมาร์เก็ตแคปวันเข้าซื้อขายวันแรกอยู่ที่ 3,690 ล้านบาท ส่วนเมื่อวันที่ 3 ต.ค. มาร์เก็ตแคปลดลงมาอยู่ที่ 1,515 ล้านบาท หรือลดลง 58.94% ขณะที่บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ (EUREKA) มาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 1,147 ล้านบาท ในวันเข้าซื้อขายวันแรก และวันที่ 3 ต.ค. มาร์เก็ตแคป ปรับลดลงมาอยู่ที่ 567 ล้านบาท หรือลดลง 50.52%
ขณะเดียวกัน หุ้นไอพีโอที่เข้าซื้อขายตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนก.ย. และมีมาร์เก็ตแคป เพิ่มขึ้น มีเพียง 3 บริษัท คือ ซีออยล์ (SEAOIL) ที่มาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้น 103.85% บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) มาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้น 54.69% และบริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) มาร์เก็ตแคปปรับเพิ่มขึ้น 17.4%
นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำเก็งกำไรหุ้นบริษัท ซีออยล์ (SEAOIL) โดยมีแนวต้านที่ 9 บาท ปัจจัยบวกระยะสั้นมาจากแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2556 ที่ผู้บริหารคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นจากไตรมาส 2/2556 ที่ผ่านมา แม้ว่าจะเป็นโลว์ซีซันก็ตาม
สอดคล้องกับนางสาวนีรชา ปานบุญห้อม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีออยล์ ที่ระบุว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2556 จะดีกว่าไตรมาส 3/2555 เพราะบริษัทเน้นการกระจายลูกค้าไปฝั่งอันดามัน ในช่วงที่ฝั่งอ่าวไทยเกิดพายุและกระทบต่อการขนส่งทางทะเล ส่วนแนวโน้มผลประกอบการทั้งปีนี้ คาดว่าจะดีกว่าปีที่แล้ว เพราะบริษัทควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้นด้วยการคัดลูกค้าเกรดดี ลดความเสี่ยงลูกหนี้ทางการค้าผิดนัดชำระ พร้อมหันรับงานขนส่งทางทะเลในระยะไกลมากขึ้น เพราะว่ามาร์จินสูง
ทั้งนี้ ไตรมาส 2/2556 บริษัทมีกำไรสุทธิ 28.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2556 ที่มีกำไรสุทธิ 14.06 ล้านบาท และหากรวมงวด 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 41.58 ล้านบาท สูงกว่างวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.61 ล้านบาท
ด้านนักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า คาดการณ์กำไรปี 2556 -2557 ของบริษัท ซีออยล์ เติบโต 24% และ 20% เป็น 78 ล้านบาท และ 94 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับกำไรในงวด 6 เดือนแรก 2556 กำไรเพิ่มขึ้น 56% จากงวดเดียวกันปีก่อน คิดเป็น 53% ของประมาณการของฝ่ายวิจัย ด้านราคาไอพีโอที่ 3.45 บาท คิดเป็น PE 7.9 เท่าในปีนี้ และ 6.6 เท่าปีหน้า จึงประเมินราคาเป้าหมาย 4.80 บาท อิงพีอีเรโช 11 เท่า
ขณะที่นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มกำไรของบริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) ใน 3 ปีข้างหน้า (2556-2558) จะเติบโตต่อเนื่องจากปี 2555 เฉลี่ย 29.5% จากทั้งธุรกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ไฟฟ้า และธุรกิจให้บริการติดตั้ง โดยรายได้จากการจำหน่ายสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้ายังคงเป็นรายได้หลัก ตามการเติบโตของความต้องการใช้ของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์เฉลี่ย 8-10% ต่อปี เช่นเดียวกับรายได้จากธุรกิจให้บริการติดตั้งระบบโทรคมนาคมที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากการเร่งขยายเครือข่าย 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 จิกะเฮิรตซ์ ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในตลาด ส่งผลให้ปริมาณงานติดตั้งระบบเสาโทรคมนาคมของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง








