วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทย-ชีลี ลงนามเขตการค้าเสรี

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯและประธานาธิบดีชีลีร่วมลงนามความตกลงเขตการค้าเสรี ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีต้อนรับนายเซบัสเตียน ปิเญรา เอเชนีเก(Sebastian PineraEchenique)ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐชิลีในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการนายกรัฐมนตรีนำประธานาธิบดีฯตรวจแถวกองทหารเกียรติยศบริเวณสนามหญ้าด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และจากนั้นนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐชิลี ร่วมหารือข้อราชการเต็มคณะ ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า โดยผู้นำทั้งสองต่างยินดีต่อความสำเร็จในการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ชิลี ซึ่งจะมีการลงนามในวันนี้ และได้มีการหารือในประเด็นครอบคลุมการพัฒนาความสัมพันธ์ ผ่านการเชื่อมโยงในมิติต่างๆ และการขยายความร่วมมือในสาขาต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนทั้งสองทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม รวมทั้ง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นภูมิภาคและพหุภาคี

นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือว่า ด้านความสัมพันธ์การเยือนไทยครั้งนี้เป็นการเยือนไทยในรอบ 10 ปีของผู้นำชิลีและเป็นการเยือนไทยครั้งแรกของประธานาธิบดีชิลีคนปัจจุบัน ทั้งสองต่างยินดีที่ไทย-ชิลี มีความสัมพันธ์ราบรื่นและเมื่อปีที่แล้วไทย-ชิลีเพิ่งได้เฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ โดยประธานาธิบดีชิลีขอบคุณรัฐบาลไทยที่ได้จัดสร้างศาลาไทย ณ Plaza Tailandiaในสวนสาธารณะ PaqueAraucano เพื่อเป็นของขวัญแก่รัฐบาลชิลีและประชาชนชาวชิลีในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ ทั้งสองเห็นพ้องว่าไทย-ชิลีต่างให้ความสำคัญแก่ระบบประชาธิปไตยและการเคารพสิทธิมนุษยชน ทั้งสองประเทศมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องการพัฒนาและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงทำให้ไทยและชิลีต่างมีจุดยุทธศาสตร์ในการเป็นประตูสู่ภูมิภาคของกันและกัน

นายธีรัตถ์ ยังได้กล่าวถึง ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจว่า นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีชิลี ต่างยินดีที่ได้เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงการค้าเสรี(FTA)ไทย-ชิลี ซึ่งการลงนามในครั้งนี้เป็นการยกระดับความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยและชิลีเพราะจะเป็นFTAที่ครอบคลุมฉบับแรกระหว่างไทยและภูมิภาคละตินอเมริกา ไทยและชิลียินดีร่วมมือกันประชาสัมพันธ์FTAนี้ เพื่อให้ภาคเอกชนของทั้งสองประเทศได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น เพราะในปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของชิลีในอาเซียน

เขายังได้อธิบายว่า ไทยจะได้ประโยชน์จากการจัดทำเขตการค้าเสรีไทย-ชีลี อย่างมาก เพราะสินค้านำเข้าจากไทยและชิลีอย่างน้อยร้อยละ 90 จะลดภาษีเหลือร้อยละ 0 ทันทีที่ความตกลงมีผลบังคับ ซึ่งรวมถึงสินค้าส่งออกหลักที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง ยางพารา และเม็ดพลาสติก ซึ่งจะไทยส่งออกได้มากขึ้น ส่วนสินค้าที่ยังส่งออกไปชิลีไม่มากนักและมีศักยภาพที่จะส่งออกได้มากขึ้น ได้แก่ ข้าว อัญมณี กระเบื้อง และเฟอร์นิเจอร์ สำหรับในภาคบริการชิลีอนุญาตให้ไทยเข้าไปลงทุนเกือบทุกสาขาบริการได้ถึงร้อยละ 100 โดยธุรกิจไทยที่มีโอกาสเติบโตได้ดีในชิลีได้แก่ การบริการด้านการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม สปา การแปรรูป ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจฟาร์มดอกกล้วยไม้ ฟาร์มเลี้ยงกุ้งและlobster หรือการลงทุนที่ใช้วัตถุดิบจำนวนมากจากชิลีในการผลิต เช่น ทองแดง หนัง เยื่อไม้ อัญมณี ศูนย์จัดจำหน่ายรถยนต์ ศูนย์การให้บริการซ่อมบำรุง เป็นต้น

"นายกฯยังได้แจ้งประธานาธิบดีชิลี ทราบว่า ไทยอยู่ระหว่างการลงทุนครั้งใหญ่ ทั้งโครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 350,000 ล้านบาท และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมูลค่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้ไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคม ขนส่ง และโลจิสติกส์ในภูมิภาค เพราะ 7 ปีที่ผ่านมาไทยไม่ได้มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และได้เชิญชวนชิลีมาร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของไทย "นายธีรัตถ์ กล่าว