บลจ.ฟินันซ่าหั่นเป้าดัชนีสิ้นปีเหลือ 1,460-1,520 จุด แต่ยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดภูมิภาค ชี้ถ้าราคาพลังงานขยับขึ้นจะทำให้ตลาดหุ้นไทยเด้ง!
นายสุรสีห์ จงไชโย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารกองทุน สายงานจัดการลงทุน บลจ.ฟินันซ่า เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดเป้าดัชนีตลาดหุ้นไทยสิ้นปีลง จากเดิมที่มองไว้ 1,669 จุด เหลือ 1,460-1,520 จุด เพราะเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาโตกว่าที่คาดการณ์ไว้พอสมควร ในส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในท้ายที่สุดก็คงจะต้องทยอยลดลงแน่นอนเพียง แต่ยังไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอน อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่เคยใช้ 15 เท่า ก็ปรับลดลงมาเหลือระดับ 13-14 เท่า กำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนปรับลงไปจากเดิมที่ 115 บาท เหลือ 105 บาท ดังนั้นช่วงนี้ถ้าตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมานักลงทุนไม่ควรซื้อตาม
ส่วนของเศรษฐกิจโลก หากเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้น อัตราการว่างงานไม่ลดลง พร้อมจะกระตุ้นเศรษฐกิจไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเศรษฐกิจดีก็พร้อมจะถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออก ดังนั้นช่วง 2-3 ปี ข้างหน้า หุ้นก็น่าจะกลับมาให้ผลตอบแทนในระดับกลางเท่านั้น เพราะเงินบางส่วนก็โยกกลับไปลงทุนในตลาดพัฒนาด้วยเช่นกัน
"ปี 2555 หุ้นขึ้นจาก 1,000 จุด มาจบสิ้นปี 1,392 จุด ขึ้นมาประมาณ 30% ถ้าเฉลี่ย 2 ปี ก็ประมาณ 15% ต่อปี ในปี 2556 ถ้าดัชนีปิดในกรอบที่มองไว้นั่นหมายถึงผลตอบแทนเกือบ 10% ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล เศรษฐกิจไทยไม่ได้ขยายตัวมากมายแต่ก็ไม่ได้แย่เพียงแค่โตไม่ได้อย่างที่คาดไว้เท่านั้นเอง"ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการกล่าว
นายสุรสีห์ ยังกล่าวอีกว่า หากมองกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2557 เฉลี่ยน่าจะอยู่ประมาณ 10% ต้นๆ การเติบโตของสินเชื่อธนาคารน่าจะอยู่ประมาณ 10% เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจประคองตัวเองไปได้แต่ยังไม่ถึงภาวะที่แย่ถ้ามองอัตราผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยที่ประมาณ 7 - 10% ก็ถือเป็นผลตอบแทนที่ดีกว่า หุ้นกู้และพันธบัตรรวมทั้งเป็นอัตราผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลอยู่ แต่อย่าไปเทียบกับภาพตลาดในอดีต อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยยังเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุนอยู่เพียงแต่ภาพในระยะสั้นถูกกดดันจากเงินทุนไหลออกไป ซึ่งในปีนี้นักลงทุนต่างชาติขายออกมาแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท หากดูพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยเองในระยะยาวโตเฉลี่ยประมาณ 3 - 4% ตามศักยภาพทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนของกลุ่มพลังงานประมาณ 1 ใน 3 ซึ่งมูลค่าปัจจุบันถูกมาก หากมีกรณีที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จะทำให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาอยู่ในสายตานักลงทุนอีกครั้งจะโดดเด่นกว่าภูมิภาคไม่ว่าจะเกาหลีใต้หรือสิงคโปร์ เพราะตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานอยู่สูงกว่าจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปได้ แต่ภาพนี้ในระยะสั้นยังไม่คิดว่าจะเกิด
"ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 10% ถือว่าไม่แย่ เพียงแต่ช่วงนี้ตลาดหุ้นสหรัฐอาจจะให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นมาบ้าง แต่ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้าตลาดหุ้นไทยก็ให้ผลตอบแทนที่สูงติดต่อกันมาหลายปีเช่นกัน กลับมาสู่อัตราผลตอบแทนในระดับ 10% ก็ยังถือเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุนอยู่ ไม่ได้มีภาวะฟองสบู่ ในทางกลับกันก็ไม่ถูกมาก ถือว่าเป็นระดับกลางๆ และในปีนี้ไม่น่าจะเห็นตลาดหุ้นไทยลงไปต่ำกว่า 1,200 จุด ด้วย เพราะกำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตอยู่ ปีหน้าก็ยังมีการเติบโตอยู่ และในอนาคตจะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดังนั้นเศรษฐกิจไทยไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด"นายสุรสีห์กล่าว





