การเหวี่ยงขึ้นเปราะบางมาก กลับไปยืน 1,425 จุดไม่ได้ ดีดขึ้นมามองเป็นโอกาส ขาย
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ แม้ว่า SET จะปรับตัวขึ้นมาจากความคาดหวังว่าการเกิด Government Shutdown จะทำให้เฟดชะลอการลดขนาดมาตรการ QE ออกไป แต่เรายังคงให้น้ำหนักที่มากกว่ากับความเสี่ยงในประเด็นการขยายเพดานหนี้ (Debt Ceiling) ของสหรัฐ ที่ล่าสุด Congressional Budget Office (CBO) ออกระบุแล้วว่าถ้าไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ทัน 17 ต.ค. สหรัฐจะไม่สามารถชำระหนี้ที่จะครบกำหนดในช่วง 22-31 ต.ค. ได้ ดังนั้นเรามองการปรับตัวขึ้นต่อของ SET ในระยะสั้นยังมีความเสี่ยงที่จะถูกแรงขายทำกำไรออกมากดดันสูง และตราบใดที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,425 จุดได้ การดีดตัวขึ้นมาในระยะสั้นๆเป็นโอกาสในการขายลดความเสี่ยงออกเพื่อกลับมาถือเงินสด 100%
- เราประเมินว่าเมื่อตลาดรับรู้ปัจจัยลบจากประเด็น “Government Shutdown” และ “Debt Ceiling” ของสหรัฐไปแล้ว การพักตัวลงตาม Seasonality ของ SET ใน ต.ค.2556 จะเป็นโอกาสในการเข้า “ทยอยสะสม” เพื่อลงทุนระยะกลาง 3-6 เดือนที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากสถิติเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ช่วง 5 ปีหลัง (2551-2555) พบว่า SET ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 0.64% ใน พ.ย. และ 6.12% ใน ธ.ค. ทั้งนี้การฟื้นตัวขึ้นในระยะต่อไป SET จะได้รับปัจจัยหนุนจากมุมมองเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนออกมาจากการที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (19-25 ก.ย.2556) อัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิในปี 2556 ของ SET ถูก Bloomberg ปรับประมาณการขึ้นอีกครั้งถึง 1.5% WoW มาอยู่ที 10.7% YoY เทียบกับ MSCI Asia ex Japan ที่ถูกปรับประมาณการขึ้นเพียง 0.3% WoW
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังกลับไปยืนเหนือ 1,425 จุดไม่ได้ แนะนำ “ดีดขึ้นขาย” ลดความเสี่ยงกลับมาถือเงินสด 100% ต่อไป ส่วนการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น” 75% ของพอร์ต โดยเน้น INTUCH, MFEC, THCOM, PS, LPN, SPALI, PTTEP, BCP, TOP, PTTGC, RS, BEC, AH และ CPALL






