วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พม่าพร้อมกู้เอดีบีลุยโครงสร้างพื้นฐานทวาย

"นิวัฒน์ธำรง"เผยผลประชุม 3 ฝ่ายโครงการทวาย พม่าพร้อมกู้เงินเอดีบี ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในโครงการ

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย-เมียนมาร์ (JCC) กล่าวถึงผลการประชุมร่วม 3 ฝ่ายระหว่างประเทศไทย พม่า และญี่ปุ่น เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เมื่อเร็วๆนี้ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่าว่ารัฐบาลพม่าได้ยืนยันว่าพม่าให้ความสำคัญกับโครงการทวาย ไม่น้อยกว่าโครงการนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่อื่นๆ ที่มีการก่อสร้างไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศของพม่าในอนาคต โดยตนในฐานะที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลไทยก็ได้ยืนยันว่าไทยจะให้การสนับสนุนโครงการนี้ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะการเชิญชวนนักลงทุนไทยและนักลงทุนจากทั่วโลกที่สนใจโครงการนี้มาร่วมลงทุน

ทั้งนี้ รัฐบาลพม่าได้ยอมรับข้อเสนอของประเทศญี่ปุ่นที่เสนอให้รัฐบาลพม่าเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภายในโครงการ โดยเฉพาะโครงการที่ต้องลงทุนสูงและใช้เวลาในการคืนทุนในระยะเวลานาน ได้แก่ โครงการถนน และท่าเรือ โดยรัฐบาลพม่าจะขอกู้เงินดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เพื่อมาใช้ลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐานดังกล่าว โดยลักษณะการลงทุนในสาธารณูปโภคเหล่านี้จะเป็นการลงทุนร่วมระหว่างรัฐบาลพม่าร่วมกับเอกชนที่จะเข้ามาร่วมลงทุน

สำหรับท่าทีในการเข้ามาร่วมในโครงการทวายของประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้มีการเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle :SPV) นายนิวัฒน์ธำรงกล่าวว่าญี่ปุ่นยังคงมีความสนใจในการเข้ามาลงทุนในโครงการนี้ โดยเฉพาะภาคเอกชนญี่ปุ่นมีความสนใจและอยากที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการนี้มาก อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นยังขอเวลาในการศึกษาโครงการและข้อมูลต่างๆอีกระยะหนึ่ง

"มีหลายประเทศที่ให้ความสนใจในโครงการนี้ เช่น จีน เกาหลี และสิงคโปร์ แต่สไตล์การทำงานของแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกัน ญี่ปุ่นจะทำอะไรก็ศึกษามากโดยเฉพาะโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่เขาก็อยากได้ข้อมูลให้รอบด้าน ซึ่งในการประชุมแต่ละครั้งก็มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นความคืบหน้าของโครงการ โดยสุดท้ายประเทศไหนจะเข้ามาร่วมลงทุนในระดับ SPV รัฐบาลพม่าจะเป็นผู้ตัดสินใจเนื่องจากโครงการนี้อยู่ในพื้นที่พม่าประเทศไทยเป็นผู้สนับสนุนโครงการให้เดินหน้าไปได้เท่านั้น"นายนิวัฒน์ธำรงกล่าว