วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจพลิกแผนไฮซีซัน-จี้รัฐกระตุ้นศก.ระยะยาว

ธุรกิจปรับกลยุทธ์บุกตลาดโค้งสุดท้าย ระดมทัพสินค้าใหม่ หั่น "ราคา" เร่งปั๊มยอด จี้รัฐวางกรอบกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว

นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา ประธานกรรมการ บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อค่อนข้างชะลอตัวทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับแผนการทำตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ เน้นการจัดแคมเปญ "ลดแลกแจกแถม" มากกว่าปกติของทุกปี ซึ่งช่วงไฮซีซันสินค้าและบริการจะเป็นที่ต้องการและมีการจับจ่ายสูงอยู่แล้ว

"ไทยมีจุดเปลี่ยนค่อนข้างมาก ค่าครองชีพสูงขึ้นกระทันหัน ทำให้กำลังซื้อ และการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป แต่ด้านหนึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับการขายสินค้า เรียกว่าของดี มีโอกาสขายมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าต้องเลือกมากขึ้น คิดมากขึ้น และยอมจ่ายแพงแลกกับคุณภาพและการใช้งานได้ยาวนานขึ้น"

นอกเหนือจากรายการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อลูกค้ายังจะมีแบรนด์ใหม่เข้าทำตลาด สร้างสีสัน และเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐวางแผนกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะยาว เอื้อต่อการวางนโยบายและทิศทางธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันรองรับการรุกลงทุนของธุรกิจทั่วโลกมุ่งหน้าสู่ไทยและอาเซียนมากขึ้น

"การที่รัฐจะมีมาตรการหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชน ควรมีแผนระยะยาวอย่างน้อย 2 ปี ที่สำคัญต้องแจ้งหรือสื่อสารผู้ประกอบการไทยก่อนต่างชาติ เพื่อให้มีช่วงเวลาเตรียมตัว เตรียมความพร้อม ซึ่งหากเรารู้ตัวก่อน ทำก่อน 2 ปีก็ทำให้ธุรกิจมีความได้เปรียบขึ้นมาก"

นายปณิธาน กล่าวต่อว่า นักธุรกิจต้องการความมั่นคงและต่อเนื่องในนโยบายเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน

นายสุกฤษ วารีราชอุทัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สตาร์แฟชั่น (2551) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์แฟชั่น กล่าวว่า แผนการทำตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้จะใช้กลยุทธ์ราคากระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น รวมทั้งผนึกพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเพิ่มพลังทางการตลาดดึงดูดลูกค้า และเร่งการตัดสินใจซื้อ

ทั้งนี้ ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยและทั่วโลกชะลอตัว ปัญหาการเมืองในและนอกประเทศ ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยา ทำให้ผู้บริโภคมีความกังวลสูง เชื่อว่ายังมี "กำลังซื้อ" แต่ไม่มีอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอย

“ลูกค้ายังมีกำลังซื้อ จากฐานรายได้ที่ปรับดีขึ้นในปีนี้ แต่สถานการณ์เสี่ยงรอบด้านทำให้ไม่อยากควักเงินออกมาใช้จ่าย เราต้องปรับแผนเรียกว่าสเปเชียลในเรื่องของราคา เพราะ 3 ไตรมาสแรกปีนี้ธุรกิจไม่มีใครทะลุเป้าหมายมากนัก ช่วง 3 เดือนสุดท้ายจะยังเห็นการถล่มราคากระตุ้นการซื้อ"

สำหรับสตาร์แฟชั่น เตรียมแคมเปญลดราคาใหญ่ 30-70% ในช่วงเดือน พ.ย.นี้ ถือเป็นแคมเปญพิเศษต่างจากทุกปี รวมทั้งการเปิดตัวสินค้าใหม่ลงตลาด การเน้นดีไซน์สินค้าให้เหมาะกับเทรนด์การแต่งตัวของคนไทยมากขึ้น

ขณะที่แบรนด์หัวหอก "ฟิตฟลอบ" จะใช้ความแข็งแกร่งของแบรนด์ทำตลาดเจาะรายเซ็กเมนท์ฯ เพิ่มจำนวนรุ่นผลิตจำนวนจำกัด โดยจะไม่ใช้กลยุทธ์การลดราคา นอกจากนี้ระหว่างเดือน ธ.ค.ปีนี้ ต่อเนื่องถึงเดือน ม.ค. ปีหน้าบริษัทเตรียมนำเข้า 4-5 แบรนด์ใหม่ มั่นใจว่าแผนธุรกิจเชิงรุกจะกระตุ้นยอดขายเติบโต 12% ในสิ้นปีนี้ เป็นการปรับลดเป้าหมายลงตั้งแต่ช่วงกลางปีหลังมองเห็นปัจจัยลบในตลาด