วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

3ชาติลงขัน1.5พันล้าน ลองสเตย์นานาชาติ

นักธุรกิจไทย-จีน-ญี่ปุ่นลงขัน 1.5 พันล้าน ผุด"ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพผู้สูงอายุ"ภายใต้ชื่อโครงการแตงริเวอร์ไซต์ บนพื้นที่ 40 ไร่ จ.เชียงใหม่

ศ.นพ.ณรงค์ นิ่มสกุล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมเลเซอร์ทางการแพทย์นานาชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเป้าหมายของผู้สูงอายุที่ต้องการเข้ามาพำนักระยะยาว โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นสูงอายุมีจำนวนมากกว่า 3,000 คน ยังไม่รวมกับชาวเกาหลี, ชาวยุโรป และชาติอื่นๆ รวมทั้งหมดร่วม 10,000 คน ประกอบกับได้มีการศึกษาตลาดมาแล้วกว่า 2 ปี พบว่าตลาดลองสเตย์มีโอกาสในการสร้างธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ได้ จึงมีแนวคิดสร้างอุทยานวิทยาศาสตร์สุขภาพผู้สูงอายุ เพื่อให้ชาวต่างประเทศเข้ามาพำพักในระยะยาว ภายใต้การบริการทางด้านที่อยู่อาศัย, การช้อปปิ้ง และการแพทย์อย่างครบวงจร โดยใช้ชื่อโครงการว่า"แตงริเวอร์ไซด์" บนพื้นที่ 40 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตตำบลสันมหาพน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับภายในโครงการดังกล่าว จะประกอบไปด้วยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ,คลับเฮ้าส์, ที่อยู่อาศัยแบบวิลล่า และคอนโดมิเนียมระดับ 5 ดาว, ศูนย์พยาบาล, สวนออแกนิค, ศูนย์อาหาร และศูนย์ช้อปปิ้ง ซึ่งจะมีความพิเศษตรงที่ผู้สูงอายุที่เข้ามาพำนักจะได้รับบริการอย่างครบวงจร สามารถตรวจเช็คร่างกายได้เบื้องต้นกับทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ มีรถฉุกเฉินเตรียมพร้อมไว้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที หากต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีอาการหนักส่งต่อให้กับโรงพยาบาลที่ประสานงานกับโครงการไว้ รวมทั้งมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และมีทีมแพทย์พยาบาลประจำโครงการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะมีการให้บริการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ

ศ.นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า ในด้านการลงทุนคาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,500 ล้านบาท เป็นการร่วมทุนระหว่างนักธุรกิจชาวไทย และกำลังมีการเจรจากับทางนักธุรกิจชาวจีน และชาวญี่ปุ่น คาดว่าเร็วๆนี้จะลงตัว โดยเบื้องต้นได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการก่อสร้าง 18 เดือน คาดว่าทั้งโครงการจะแล้วเสร็จภายในปี 2558 ส่วนการทำตลาดนั้น จะเน้นจับกลุ่มผู้สูงอายุกำลังซื้อสูง ซึ่งเฟสแรกตั้งเป้าในการดึงกลุ่มผู้สูงอายุเข้ามาเป็นสมาชิกจำนวน 100 ราย โดยเน้นที่ชาวญี่ปุ่นเป็นหลักร้อยละ60 ส่วนที่เหลือร้อยละ 40 เป็นชาวต่างชาติอื่นๆ จากนั้นหากว่าตลาดเป็นไปตามเป้าหมาย จะมีการขยายในเฟสต่อไป โดยคาดว่าจะรองรับกลุ่มผู้สูงอายุนานาชาติได้มากกว่า 300 ราย

พร้อมกันนี้ ในเดือนตลุาคม 2556 จะเดินทางไปเปิดตลาดในญี่ปุ่นร่วมกับกลุ่มนักธุรกิจรายอื่นๆ เพื่อแนะนำโครงการแตงริเวอร์ไซด์ โดยคาดว่าจะมีกลุ่มผู้สูงอายุในญี่ปุ่นให้ความสนใจกับโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เพราะที่ทราบประเทศญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุมากกว่า 200,000 คน หากว่าร้อยละ 10 เข้ามาพำนักที่จังหวัดเชียงใหม่ จะส่งผลให้ตลาดลองสเตย์มีความคึกคักมากขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศมาเลเซีย เพราะปัจจุบันนี้หากประเมินศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ ถือว่ามีความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบคมนาคม, ร้านอาหาร, สปา ,ศูนย์การค้า, แหล่งท่องเที่ยวทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติ รวมทั้งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ในการดำเนินธุรกิจลองสเตย์นั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของผู้สูงอายุเป็นหลัก ซึ่งกำลังมีการศึกษารายละเอียดในขั้นตอนของการนำเทคโนโลยีการฝังชิปเข้ามาใช้กับผู้สูงอายุ ภายในชิปจะประกอบไปด้วยข้อมูลพื้นฐาน ของสมาชิก ข้อมูลรักษาทางการแพทย์ ข้อมูลการติดต่อกรณีฉุกเฉิน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยกะทันหัน รวมทั้งกลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นอัลไซเมอร์ เพื่อการติดตาม หรือ เพิ่มความสะดวกให้กับโรงพยาบาลที่รับเหตุฉุกเฉินนี้ไป โดยจะทำการติดต่อประสานงานกับโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือกลุ่มสมาชิกของโครงการได้อย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดในระยะเวลาการเข้ามาพำนักได้เพียง 1 ปีเท่านั้น สำหรับผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น แต่หากรัฐบาลให้การสนับสนุนส่งเสริมการยืดระยะเวลาเข้ามาพำนักให้ยาวขึ้น อาจจะเป็น 3 ปี หรือ 5 ปี จะเป็นการเพิ่มความน่าสนใจต่อการเลือกเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศมาเลเซียที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเข้าพำนักในประเทศได้นาน 10 ปี ถือได้ว่าเป็นจุดแข็งของทางมาเลเซียที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้าไปพำนักในประเทศได้เป็นจำนวนมาก และหวังว่าทางรัฐบาลจะให้ความสำคัญในการออกกฎหมายให้ทันกับการเติบโตของตลาดลองสเตย์ เพื่อมาส่งเสริมให้ชาวต่างประเทศสามารถมาพำนักระยะยาวได้ เพื่อสร้างงาน และสร้างรายได้กลับคืนสู่ประเทศไทย