การประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนครั้งที่31 (Amem 2013) เตรียมทบทวนกรอบความร่วมมือด้านพลังงานที่จะหมดอายุในปี2015
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีการทบทวนใน 8 กรอบความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศอาเซียน เพื่อให้เกิดความร่วมมือและสร้างความมั่นคงในอาเซียนที่มีความต้องการด้านพลังงานเพิ่มมากขึ้น การประชุมในครั้งนี้ได้ลงนามขยายความร่วมมือท่อส่งก๊าซอาเซียน ซึ่งจะหมดอายุในเดือนเม.ย.ปีหน้า โดยจะให้ยืดอายุออกไปอีก10 ปี ซึ่งปัจจุบันไทยมีจุดเชื่อมกับพม่าและมาเลเซีย
ทั้งนี้ ความร่วมมือท่อส่งก๊าซเป็นหนึ่งใน 8 ความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงด้านพลังงาน คือ 1.ท่อส่งก๊าซ 2. สายส่งไฟฟ้าอาเซียนหรือพาวเวอร์กริต ซึ่งอีก 2 ปี ประชาคมอาเซียนจะมีผลบังคับใช้ในปี 2558 ในส่วนของไทยมีการเชื่อม 3 ประเทศ คือ ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ในช่วงต่อไปจะเจรจากับพม่า 3. ความร่วมมือด้านถ่านหินและปิโตรเลียม ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก 4. พลังงานทดแทน ซึ่งถือว่าไทยเป็นผู้นำในอาเซียน 5. ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นผู้นำด้านนี้ในอาเซียน 6. การวางแผนด้านพลังงาน 7. การใช้พลังงานนิวเคลียร์ และ 8. ความร่วมมือด้านเรกูเรเตอร์ เพื่อให้มีกฎระเบียบร่วมกันแต่เพิ่งเริ่มต้น
"ไทย-ลาวมีการหารือทวิภาคีระหว่างกันในการประชุมครั้งนี้ โดยทบทวนบันทึกความเข้าใจ (MOU) การความร่วมมือด้านไฟฟ้า ซึ่งลาวจัดหาไฟฟ้าให้กับไทย 7,000 เมกะวัตต์ เป็นการทบทวนเอ็มโอยู ดูว่าจะขยายการขายไฟฟ้าให้ตามข้อตกลงเท่าไร"
นายคุรุจิตกล่าวว่าจากกรอบความตกลง 7,000 เมกะวัตต์ ขณะนี้ขายให้กับไทยแล้วราว 2,000 เมกะวัตต์ และมีแผนก่อสร้างเพิ่มอีก 3,000เมกกะวัตต์ ดังนั้นจะเหลือราว 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งยังไม่มีการก่อสร้างแต่คาดว่าจะสามารถเข้าระบบได้ในปี 2560
สำหรับการประกวดผลงานด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนระดับภูมิภาคอาเซียน หรือ ASEAN Energy Awards 2013 ประเทศไทยได้รับ 13 รางวัล จากทั้งหมด 37 รางวัล ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มอาเซียนนับตั้งแต่ปี 2004 เป็นรางวัลชนะเลิศ 9 รางวัล โครงการพลังงานหมุนเวียนเชิงพาณิชย์ รางวัลชนะเลิศคือโครงการระบบบำบัดน้ำเสียก๊าซชีวภาพมาผลิตไฟฟ้าของบริษัทจันทบุรี สตาร์ชเพาร์เวอร์จำกัด โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล และรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 4 รางวัล เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านคลองเรือ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
ส่วนประเภทการจัดการพลังงาน 5 ประเภทย่อย อาคารคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รางวัลชนะเลิศด้านอาคารขนาดใหญ่ ส่วนรองชนะเลิศคืออาคารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่วนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ไทยได้รางวัลชนะเลิศร่วม 2 รางวัล คือสยามเด็นโซและ TOC และ Special Submissionไทยได้รางวัลชนะเลิศคือเอฟ แอนด์ เอ็น
ประเภทการออกแบบอาคาร New and Existing ไทยได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ปาร์ค เวนเจอร์ Retrofitted ไทยได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ Tropical ไทยได้รางวัลชนะเลิศคือโรงแรมสุโขทัย
สำหรับ ASEAN Coal Awards สาขาใหม่ประกวดปีนี้เป็นครั้งแรก คือ เหมืองเปิด ไทยได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เหมืองแม่เมาะ โรงไฟฟ้าถ่านหิน ไทยได้รางวัลชนะเลิศ Gheco-1 และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 คือ กฟผ.แม่เมาะ โรงงานใช้ถ่านหิน ไทยได้รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 คือสยามคราฟท์ และ Special Submission ไทยได้รางวัลชนะเลิศ คือ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)









