"พงษ์ศักดิ์" แจงสภาฯ ยันขึ้นราคาแอลพีจีครัวเรือนไม่กระทบผู้มีรายได้น้อย
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวชี้แจงต่อสภาฯ ถึงเรื่อง กองทุนน้ำมันฯ ว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศจะยกเลิกกองทุนน้ำมัน พอเข้ามาก็ได้ดูแลหลายอย่าง ตอนเข้ามาราคาแก๊สแอลพีจีมีการเปลี่ยนแปลงเพราะเกิดสึนามิที่ญี่ปุ่นโรงไฟฟ้าเสียหาย ญี่ปุ่นต้องสั่งแก๊สแอลพีจี ทำให้ราคาแอลพีจีพุ่ง 1,200 เหรียญต่อตัน กองทุนน้ำมันที่เป็นบวกอยู่ 2 หมื่นกว่าล้าน ลดลงเป็นติดลบทันที่ 2 หมื่นล้าน
สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการคือ พยายามขึ้นแอลพีจีเพื่อเป็นการต่อต้าน ก็ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่าแอลพีจีคืออะไร ปกติทั่วโลกเขาใช้ประโยชน์ในเรื่อง ปิโตรเคมีคอล ทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่า การขึ้นราคาสิ่งที่เราเรียนรู้ให้ประชาชนคือ การขึ้นราคาของแอลพีจีนั้น ต้นทุนมีมีผลมีเพียง 1 % เท่านั้น ไม่ว่าตลาดใหญ่ตลาดเล็กก็ไม่เกิน 1 % ดังนั้นเพื่อผ่อนคลายความเดือดร้อนประชาชน จึงขึ้นราคาแอลพีจีให้ผู้มีรายได้น้อยได้ใช้แก๊สในราคาเดิม มีทั้งหมดรวมทั้งผู้ไม่มีไฟฟ้าใช้ 7,617,461 ครัวเรือน จากทั้งหมด 18 ล้านครัวเรือน กินพื้นที่ถึง 40% ไม่ต้องมีภาระจากการขึ้นแก๊สแอลพีจี และหลังให้จดทะเบียน มีการจดทะเบียนเพียง 55,000 ราย
"ก็มีการสำรวจ คนจนบอกว่าไม่อยากจดเพราะเขาใช้แก๊สถังหนึ่ง 15 กิโลใช้ 3 เดือน ขึ้นแค่เดือนละ 2 บาท เขาไม่เดือดร้อนแม่ค้าหาบเร่ 168,000 ราย จดทะเบียนเพียง 5 พันราย เพราะราคาแก๊สที่ขึ้นไม่กระทบต่อเขา วัตถุดิบต่างหากที่มีผลกระทบต่อค่าอาหาร"
ส่วนคนรวยที่เหลืออยู่ ได้รับผลกระทบหรือไม่ ก็ยิ่งไม่มีผลกระทบใหญ่ เพราะผลต่อต้นทุนอาหารไม่มาก แต่คนที่กระทบคือคนที่ขโมยแก๊สหุงต้มไปขายเป็นแก๊สรถยนต์ ซึ่งราคาแก๊สเป็นสิ่งที่กองทุนน้ำมันต้องไปอุ้ม









