วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สศค.ชี้ไม่จำเป็นเร่งลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย

สศค.ชี้ไม่จำเป็นต้องเร่งลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย หวังเก็บไว้ต่อรองในเวทีเปิดเสรีการค้าอาเซี่ยน-อียู

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นต้องเร่งทำในช่วงนี้ เพราะสามารถเก็บไว้เพื่อเจรจาต่อรองในเวทีเปิดเสรีการค้าระหว่าง ASEAN-EU ได้

"ในกรอบการเจรจาการค้าเสรี ระหว่างอาเซียนกับ EU ก็มีการเจรจาเพื่อให้ลดภาษีนำเข้าสินค้าหลายรายการ ซึ่งรวมถึงสินค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ให้เหลือ 0 % เพื่อสนับสนุนการค้าเสรี ระหว่างสองภูมิภาคนี้ ซึ่งในท้ายที่สุด (หากมีการเปิดเสรีการค้าระหว่างสองภูมิภาค) อัตราภาษีนำเข้าก็จะลดเหลือ 0 % อยู่แล้ว ดังนั้น เราอาจไม่จำเป็นต้องเร่งลดภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มฟุ่มเฟือยในขณะนี้ก็ได้ แต่สามารถเก็บรายการสินค้าเหล่านั้นไว้ เพื่อการเจรจาต่อรอง"

ทั้งนี้ สศค.กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษา เพื่อให้ไทยเป็นแหล่ง Shopping ของภูมิภาคนี้ เพื่อช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของไทย อันเป็นไปตามมติครม. ซึ่งประเด็นที่ศึกษาอยู่คือ การลดภาษีนำเข้าสินค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มฟุ่มเฟื่อย ไม่ว่าจะเป็น รองเท้า กระเป๋า น้ำหอม เครื่องสำอาง เป็นต้น ทั้งนี้ สินค้านำเข้าที่จัดอยู่ในกลุ่มฟุ่มเฟือย มีมูลค่านำเข้าเพียง 10 % ของมูลค่านำเข้าทั้งหมด

นายสมชัย กล่าวว่า ประเด็นที่ สศค. มีความเป็นห่วงก็คือ ผลกระทบต่อผู้ประกอบการภายในประเทศ หากมีการลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยในรายการที่ผู้ประกอบการในประเทศสามารถผลิตได้ ซึ่งเราคงไม่สามารถนำประเทศไทยไปเปรียบเทียบกับมาเลเซียที่ลดภาษีสินค้านำเข้ากลุ่มฟุ่มเฟือยลงเหลือ 0 % แล้ว เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยและมาเลเซียมีความแตกต่างกัน โดยไทยมีผู้ประกอบการที่เป็น SMEs มากกว่ามาเลเซีย ซึ่งไม่เข้มแข็งพอที่จะแข่งขันกับสินค้านำเข้าที่มี Brand ระดับโลก ดังนั้นอาจได้รับผลกระทบหากมีการลดกำแพงภาษีลงมา

ผู้อำนวยการสศค. กล่าวอีกว่า สศค. จะนัดผู้ประกอบการที่อาจได้รับผลกระทบจากการลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยมาหารือ เพื่อช่วยลดผลกระทบหากมีการลดภาษี ซึ่งแนวทางช่วยเหลือทางหนึ่งก็คือ การลดภาษีนำเข้าสินค้าที่เป็นวัตถุดิบให้กับผู้ประกอบการภายในประเทศ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนในการผลิต