โรงพิมพ์ตะวันออก ขยายธุรกิจด้านพลังงาน เดินหน้าพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา 12 โครงการ ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด
นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) (EPCO) เปิดเผยว่า บริษัทจะพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาหรือโซลาร์รูฟ (SOLAR PV ROOFTOP) ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น 12 โครงการ กำลังการผลิต 3.2 เมกะวัตต์ โดยวันที่ 23 กันยายน 2556 นี้ และจะยื่นคำขออนุญาตเสนอขายไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ที่ผลิตจากโซลาร์รูฟต่อการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จำนวน 11 โครงการ กำลังการผลิต 2.2 เมกะวัตต์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 1 โครงการ กำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์
"ระหว่างวันที่ 23 กันยายนถึง 11 ตุลาคมนี้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. กระทรวงพลังงาน มีนโยบายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น จะเปิดให้ผู้สนใจยื่นข้อเสนอขายไฟฟ้าในโครงการโซลาร์รูฟ ทั้งประเภทบ้านที่อยู่อาศัยและอาคารธุรกิจกำลังการผลิตรวม 200 เมกะวัตต์ ให้กับ กฟน. และ กฟภ. โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติให้ดำเนินโครงการดังกล่าว”นายยุทธกล่าว
เขากล่าวว่า การพัฒนาโครงการโซลาร์รูฟนี้ จะช่วยเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันของบริษัทให้สูงขึ้น รวมถึงรายได้ที่จะเพิ่มเข้ามามากขึ้น โดยหากได้รับอนุญาต คาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้ มีความพร้อมในการติดตั้งโครงการดังกล่าวจากบนหลังคาของบริษัท จำนวน 2 โครงการ และอื่นๆ อีก 10 โครงการ ซึ่งได้รับความยินยอมจากทางเจ้าของอาคารแล้ว และมั่นใจว่าจะช่วยผลักดันผลประกอบการให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
ส่วนภาพรวมธุรกิจในปีนี้คาดว่าจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน โดยตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% หรือประมาณ 900 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ที่ 691.17 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่โตขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพิ่มขึ้นถึง 190% จากปีก่อนที่ทำได้ 65.21 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่มีกำไรมากขึ้น และรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้า
ทั้งนี้ จะเป็นการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์ ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเริ่มจ่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ไปแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2555 โดยประมาณการรายได้โครงการดังกล่าวประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี ระยะเวลาสัญญา 25 ปี คาดว่าจะมีรายได้ตลอดอายุสัญญาไม่ต่ำกว่า 2,800 ล้านบาท รวมทั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี กำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเริ่มเปิดดำเนินการ ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป โดยจะรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 20 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการธุรกิจไฟฟ้า 2-3 ราย เพื่อซื้อโรงไฟฟ้าขนาด 20 เมกะวัตต์ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 4 ปีนี้








