กระแสตอบรับดีจากการจัดโรดโชว์ที่ญี่ปุ่นและสหรัฐ - ช่วงเดือน ก.ย. MC ได้ไปโรดโชว์ที่ญี่ปุ่น (9-11 ก.ย.) และสหรัฐ (16-20 ก.ย.)
โดยได้รับกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดี โดยนักลงทุนให้ความสนใจเนื่องจากการจ่ายเงินปันผลที่สูงถึง 80% ของผลประกอบการ และราคาหุ้น MC ในปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสมมาก (อัพไซต์สูงกว่า 65%)
วางแผนสู่การเติบโต ปรับเป้าหมายขยายสาขาขึ้น - บริษัทมีการวางแผนสำหรับการเติบโตในอนาคต โดยปรับเป้าหมายขยายสาขาจาก 584 สาขา มาอยู่ที่ 601 สาขาในสิ้นปีนี้ ซึ่งมีสาขาในมือแล้วทั้งหมด โดยบริษัทมุ่งเน้นการขยายสาขาของบริษัทเอง เนื่องจากสามารถควบคุมการดำเนินงานได้และมีอัตรากำไรที่สูงกว่า รวมทั้งยังมีแผนที่จะขยายเข้าสู่ตลาดมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปลายปีนี้
คงประมาณการผลประกอบการ - ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 344 ล้านบาท (+19% YoY) ซึ่งคิดเป็น 43% ของประมาณการทั้งปีของสำนักวิจัยทิสโก้ ดังนั้น สำนักวิจัยทิสโก้ยังคงประมาณการของสำนักวิจัยทิสโก้ไว้ที่ 796 ล้านบาท โดยคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 3 น่าจะอ่อนตัวลง แต่จะปรับตัวดีขึ้นอย่างมากในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งโดยปกติแล้ว ไตรมาส 4 จะมียอดขายสูงกว่าไตรมาสอื่นๆ ประมาณ 30% เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซัน (high season) และบริษัทจะมีการเปิดสาขาจำนวนมากในช่วงปลายปี
การประเมินมูลค่าถูกกว่าหุ้นค้าปลีกมาก - ราคาหุ้นปัจจุบันของ MC คิดเป็น PER เพียง 12.1 เท่าปีนี้ และ 9.5 เท่าปีหน้า เทียบกับหุ้นค้าปลีกตัวอื่น ๆ ที่อยู่สูงกว่า 20 เท่า ขณะที่ MC มีการจ่ายเงินปันผลที่ดีด้วย สำนักวิจัยทิสโก้คาด 4-5% ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
ยังคงแนะนำ “ซื้อ” - ราคาเป้าหมายสำหรับ MC อยู่ที่ 20 บาท (DCF) (risk-free rate 2.7%, market risk premium 8.4%, Terminal Growth Rate 2%) ปัจจัยเสี่ยงมาจากการเศรษฐกิจชะลอตัว และการขยายสาขาไม่เป็นไปตามคาด









