วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออมตังค์ผ่าน "กองทุน"วิถีลงทุน "เกศรา มัญชุศรี"

5 ปี “กองทุน”สร้างกำไรพุ่งปริ๊ดปีละ“ร้อยเปอร์เซ็นต์”เริ่ดขนาดนี้จะรอช้าทำไม!! กลยุทธ์การลงทุนของ“ตุ๊-เกศรา มัญชุศรี” หญิงเก่งผู้ก่อตั้ง TFEX

“ผลตอบแทน “ร้อยเปอร์เซ็นต์” ทุกปี!!”

“คุ้มค่ามากขนาดนี้ ไม่แปลกหากจะเลือกออมเงินผ่านกองทุน” “ตุ๊-เกศรา มัญชุศรี”กรรมการผู้จัดการ บมจ.ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) หรือ TFEX และรอง ผู้จัดการหัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ปิดห้องประชุมเล็กชั้น 16 เล่าเรื่องการลงทุนส่วนตัวให้ “กรุงเทพธุรกิจ Biz Week” ฟัง

ก่อนจะขยายความเรื่องการลงทุน ผู้ก่อตั้ง TFEX เล่าเส้นทางชีวิตฉบับย่อให้ฟังว่า หลังเรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2526 มีโอกาสได้ทำงานเป็นผู้ช่วยอาจารย์ งานในธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็เคยนั่งมาแล้ว ทำได้สักพักตัดสินใจลาออกไปเรียนปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัย โกลเด้นเกท รัฐแคลิฟอร์เนียประเทศสหรัฐอเมริกา บังเอิญสามีต้องไปทำงานในสหรัฐพอดี ถือโอกาสบินไปพร้อมกัน

อาชีพนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ “สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด” ถือเป็นงานแรกหลังเรียนจบปริญญาโท ในทีมเราถือเป็นคนไทยคนเดียว (ยิ้ม) ทำให้ต้องนั่งวิเคราะห์หุ้นเกือบทุกตัว หุ้นตัวไหนไม่รู้จักเรารู้หมด (หัวเราะ) ทำงานได้ 3-4 ปี ความรู้สึกอยากทำงานที่มีความท้าทายเกิดขึ้น ตัดสินใจลาออกมานั่งเก้าอี้ “ผู้จัดการกองทุน” หรือ Fund Manager ในบล.สินเอเซีย ก่อนจะลาออกมาทำงานใน “ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย” หรือ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (HAIBMA) ในปัจจุบัน

เปลี่ยนงานตามคำเชื้อเชิญของ “โต้ง-กิตติรัตน์ ณ ระนอง” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะพูดแบบก็ได้ สมัยนั้นท่านเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คุณโต้งบอกว่า อยากให้เราเข้ามาดูแลตราสารหนี้ ทำตำแหน่งนี้ได้สัก 6 เดือน ตลาดหลักทรัพย์มีแนวคิดเปิดตลาดอนุพันธ์ ผู้ใหญ่จึงมอบหน้าที่หัวเรือใหญ่ให้เราดูแล

“ตุ๊-เกศรา” เล่าต่อว่า ทุกครั้งที่เงินเดือนออกบางครั้งลืมเผลอสงสัย ทำไมเงินเดือนเหลือไม่ถึงครึ่ง อ๋อ!!ลืมไปภาระออมเงินด้วยกองทุนมันเยอะ เธอพูดติดตลก ก่อนอธิบายว่า ทุกสิ้นจะแบ่งเงินออกมาประมาณ 50% เพื่อนำมาออมในรูปของ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) รวมถึงฝากเงินกับสหกรณ์ และประกันชีวิต

ทำไมเลือกออมเงินผ่านกองทุนต่างๆแทนการลงทุนหุ้นรายตัว? เราทำงานในตลาดหลักทรัพย์ ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะซื้อหุ้นรายตัว หากจะลงทุนหุ้นต้องขออนุมัติจากหัวหน้าก่อน เมื่อผู้บังคับบัญชาอนุญาต เราต้องซื้อหุ้นทิ้งไว้ 1 เดือน จึงจะมีสิทธิขาย พนักงานตลาดหลักทรัพย์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้หรือไม่ เธอตอบคำถามนี้ว่า ห้ามเด็ดขาดต้องซื้อกองทุนเท่านั้น

“ข้อดี” ของการลงทุนผ่านกองทุน ตลอดระยะเวลา 5 ปี เราได้ผลตอบแทนกลับมา 100% ทุกปี ผลตอบแทนสวยยิ่งกว่านำเงินไปฝากธนาคาร เผลอๆดีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆอีก โดยเฉพาะพันธบัตร และตราสารหนี้ สินทรัพย์เหล่านั้นให้ผลตอบแทนปีละ 2-3% เท่านั้น

ถามถึงสัดส่วนการลงทุน เธอ บอกว่า เฉลี่ย 55% จะลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), ฝากเงินกับสหกรณ์ และประกันชีวิต ที่เหลือประมาณ 44% จะกระจายความเสี่ยงไปในสินทรัพย์ต่างๆ อาทิเช่น กองทุน อินเด็กซ์ ฟันด์ (Index Fund), กองทุนต่างประเทศ และทองคำแท่ง ช่วงที่ทองคำร่วงหนักๆมีโอกาสเข้าไปเก็บเหมือนกัน

ส่วนอีก 1% จะลงทุนใน “กองทุนทองคำ” เน้นซื้อตามจังหวะและโอกาส เท่าที่ดูๆกองทุนทองคำน่าจะเป็นสินทรัพย์ที่ดีเหมาะกับการกระจายความเสี่ยง แต่คุณต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า “กองทุนทองคำ” ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในแง่ของเงินปันผลเหมือนหุ้นรายตัว คุณจะได้ “กำไร” จากกองทุนทองคำต่อเมื่อ “ขาย” เท่านั้น

“เราเป็นมนุษย์เงินเดือน ทรัพย์สินอย่างอื่นไม่มีเก็บ ฉะนั้นเลือกลงทุนผ่านกองทุนน่าจะให้ผลตอบแทนดีที่สุด”

“ตุ๊-เกศรา” เล่าถึงตลาดอนุพันธ์ (TFEX) ในช่วงสิ้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมาว่า มีบัญชีซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็น 8,000-9,000 บัญชี โดย 6 เดือนแรกของปี 2556 มีนักลงทุนเข้ามาเปิดบัญชีใหม่ที่ไม่ซ้ำกับยอดบัญชีเก่าประมาณ 90,000 บัญชี พฤติกรรมเช่นนี้บ่งบอกว่า นักลงทุนเริ่มมีความ “ตื่นตัว” ที่จะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น

ปี 2556 เราตั้งเป้าจะเปิดยอดบัญชีใหม่ของ TFEX ประมาณ 14,000 บัญชี สิ้นปีนี้วอลุ่ม TFEX มีมากถึง 60% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยอมรับว่า ในยามตลาดหุ้นดีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ถึงเป้าหมาย แต่เราจะตั้งใจและพยายามให้ถึงที่สุด

SET50 Index Futures หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์ 50 ตัวภายในปี 2556 ถือว่า ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะตลาดหุ้นดีมีช่องว่างให้ลงทุนเยอะ หุ้นแต่ละตัวปรับขึ้นไปประมาณ 10% ที่สำคัญนักลงทุนสถาบันสนใจลงทุนใน TFEX เพื่อบริหารพอร์ตลงทุนมากขึ้นด้วย

สำหรับตลาดทองคำ ถือเป็นตลาดที่ดีในช่วง 10 กว่าปีก่อน แต่ ณ เวลานี้จะหวังให้ตลาดทองคำ “กระปี้กระเป่า” ราคาปรับขึ้นไปเยอะๆ คงเป็นไปได้ยาก ส่วนตัวมองว่า ราคาทองคำอาจไม่มีโอกาสขึ้นไปยืน 2,000 เหรียญต่อออนซ์ ฉะนั้นคนที่จะเข้ามาลงทุนในตลาดทองคำต้องดูว่า ความต้องการของตัวเองคืออะไร ท่ามกลางตลาดหุ้นไทยแบบนี้

เธอ แนะนำนักลงทุนหน้าใหม่ว่า แม้ตลาดหุ้นจะผันผวน แต่อาการนี้น่าจะเกิดเพียงสั้นๆ ฉะนั้นอย่าได้หวาดกลัวเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นกันเถอะ คุณควรลงทุนหุ้นในระยะยาวประมาณ 2-5 ปีข้างหน้า รับรองได้รับผลตอบแทนดีแน่นอน

สำหรับกลยุทธ์ในการเลือกหุ้น ง่ายๆ จิ้มเลือกพื้นฐานดี เน้นหุ้นที่มีความคุ้นเคยเห็นกิจการของเขาทุกวัน เช่น กลุ่มธนาคาร และกลุ่มค้าปลีก เป็นตัวชอบตัวไหนเลือกตัวนั้น เมื่อหาเจอแล้วมานั่งพิจารณาว่า ราคาแพงหรือถูกไป ซึ่งส่วนนี้คงต้องให้เหล่านักวิเคราะห์ช่วยประเมินให้ฟัง แต่หากไม่แน่ใจไม่กล้าเสี่ยง ขอให้หันมาลงทุนกองทุนต่างๆแทน หรือถ้าอยากบริหารความเสี่ยงในภาวะตลาดหุ้นผันผวน TFEX ถือเป็นทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่ง

แม้หุ้นไทยจะผันผวนสูง แต่พื้นฐานไม่เปลี่ยน ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศออกมาไม่ได้เลวร้าย เพียงแต่ครึ่งปีหลังของปี 2556 เศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวลงบ้าง ดังนั้นตลาดหุ้นทั่วโลกอาจต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เวลานี้นักลงทุนทุกคนควรรอดูว่า เงินที่ได้จากการขายหุ้นจะกลับไปอยู่ที่ใด แต่เท่าที่ดูๆ ตอนนี้ยังคงเหลือต่างชาติถือหุ้นไทย

เธอถือโอกาสโฆษณาว่า ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ ตลาดหลักทรัพย์จะจัดมหกรรม “ชวนคนไทย ใช้กองทุนรวม” ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ ภายในงานจะมีบูธให้คำปรึกษาวางแผนลงทุนจ ากบลจ.ชั้นนำ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีสัมมนาด้านการลงทุนจากผู้บริหาร และ Fund Manager ของวงการกองทุนรวมไทย

ส่วนในวันที่12-13 ต.ค.นี้ ยังมีกิจกรรม TFEX Open House ครั้งที่ 3 ณ ห้อง Meeting Room ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขณะเดียวกันในวันที่ 21-24 พ.ย.นี้ ยังมีมหกรรมการลงทุนครบวงจรแห่งปี SET in the City กรุงเทพมหานคร 2013 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน