วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งทูตพาณิชย์เข็นส่งออกรายตลาด

"นิวัฒน์ธำรง"งัดยุทธศาสตร์ เข็นส่งออกรายตลาด สั่งทูตพาณิชย์ทำการบ้านก่อนเคาะเป้าปีนี้-ปีหน้า 23 ก.ย.นี้ รับสภาพอาจไม่ถึง 7-7.7%

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบนโยบายการทำงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ 62 แห่ง พร้อมสั่งทูตพาณิชย์จัดทำแผนและยุทธศาสตร์ผลักดันการส่งออกในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้เพื่อให้ส่งออกเพิ่มขึ้น เพราะเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว เชื่อว่าหากมีแผนงานและกลยุทธ์ที่ชัดเจน จะทำให้การส่งออกช่วงที่เหลือขยายตัวเพิ่มขึ้นได้

"ผมขอให้ทูตพาณิชย์คิดว่าตัวเองเป็นตัวแทนการค้าสินค้าไทยทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม บริการ หรืออะไรที่เกี่ยวกับธุรกิจ ขอให้เป็นหน้าที่ทูตพาณิชย์ ขอให้ทำการบ้านช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้ว่า จะทำงานเพิ่มเติมไตรมาส 4 ได้อย่างไร เพื่อผลักดันให้การส่งออกเพิ่มขึ้น พร้อมให้รายงานผมวันที่ 23 ก.ย.นี้” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว

ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์ผลักดันการส่งออกต้องการให้ทำแผนเป็นรายตลาด โดยพิจารณาว่าตลาดนั้นๆมีการนำเข้าสินค้า Top10 อะไร สินค้าไทยอยู่ตรงไหน ติดอันดับเท่าไหร่ ให้วิเคราะห์กรณีที่สินค้าไทยขายไม่ได้ แต่ทำไมของคู่แข่งยังขายได้ ต้องหาคำตอบให้ได้ ทุกตลาดต้องตอบคำถามได้

"นิวัฒน์ธำรง"ขอฟังข้อมูลก่อนปรับเป้า

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่าเป้าหมายการส่งออกสินค้าไทยปี 2556 ตั้งไว้ 7-7.5% มูลค่า 2.45-2.46 แสนล้านดอลลาร์ ยังไม่มีการทบทวนและเปลี่ยนตัวเลข ต้องรอการประเมินผลจากทูตพาณิชย์ก่อน แต่ยอมรับมีโอกาสที่ตัวเลขส่งออกจะลดลงจากเป้าที่ตั้งไว้ เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทุกประเทศที่เป็นผู้ส่งออกล้วนมียอดการส่งออกลดลง

"ตัวเลขเป้าหมายส่งออก ขอฟังข้อมูลจากทูตพาณิชย์ก่อน จากนั้นจะหารือร่วมกับกระทรวงต่างๆ เพื่อประเมินร่วมกันว่าเป้าส่งออกปีนี้ควรจะเป็นเท่าไร แต่ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด"

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่าระหว่างวันที่ 20-22 ก.ย.นี้ ทูตพาณิชย์จะประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กชอป) เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การส่งออกรายสินค้า รายตลาด และการพิจารณาแนวโน้มการส่งออกปี 2556 และคาดการณ์ส่งออกปี 2557 โดยแบ่งออกเป็น 10 ภูมิภาค ขณะเดียวกันได้เชิญภาคเอกชนรายสำคัญเข้าร่วมเวิร์กชอปด้วย

เศรษฐกิจยุโรปส่งสัญญาณดีขึ้น

นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่าทิศทางเศรษฐกิจยุโรปเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น จากปัจจัยภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัว ทำให้การส่งออกขยายตัวได้ โดยเห็นว่าสินค้าที่น่าจะมีโอกาสคือ 1 สินค้าฮาลาล มีโอกาสในแง่ตลาดที่เป็นประชากรชาวมุสลิมในยุโรปที่มีถึง 20 ล้านคน 2.สินค้าอาหาร ต้องปรับให้เป็นกลุ่ม ready to eat เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคที่ เน้นการรับประทานอาหารที่บ้าน 3.กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งมีช่องว่างความต้องการจากปัญหาเศรษฐกิจทำให้อายุการใช้งานรถยนต์เพิ่มขึ้นแทนการซื้อรถใหม่ จึงมีความต้องการสินค้ากลุ่มนี้เพิ่ม

"ผมยังเชื่อว่าตลาดยุโรปน่าจะโตได้ 5% แต่ขึ้นกับที่ประชุมว่าจะเห็นอย่างไร เพราะการว่างงานของสเปนยังสูง ฉุดภาพรวมยุโรปว่างงาน 8-10% ยังมีแนวโน้มรัฐบาลประเทศต่างๆลดการอุดหนุนสวัสดิการ ทั้งหมดเป็นปัจจัยเสี่ยง"นายดวงอาทิตย์ กล่าว

ชี้สหรัฐคงมาตรการคิวอีส่งผลดี

นางสมจินต์ เปล่งขำ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นิวยอร์ก กล่าวว่าเป้าหมายตลาดสหรัฐอยู่ที่ 5% การที่สหรัฐคงมาตรการคิวอีไว้ จะเป็นผลดีไม่เพียงแต่กับสหรัฐเท่านั้น ยังเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นและการลงทุนนอกประเทศ โดยรวมแล้วการส่งออกไตรมาส 4 จะมีทิศทางที่ดี เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นหลังคงมาตรการคิวอี

นายไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวถึงอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนที่เติบโตชะลอตัวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจและการค้าของจีนครึ่งปีหลังเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก โดยสถิติของสำนักงานบริหารจัดการศุลกากรจีนระบุว่า การค้าระหว่างประเทศของจีนเดือนส.ค.มีมูลค่า 352,850 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อยู่ในอัตราที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับของเดือนก.ค.ที่ขยายตัว 7.8%

ทั้งนี้ ที่น่าสนใจคือการขยายตัวของการค้าจีน-อาเซียน พบว่าการส่งออกของจีนไปยังตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้นถึง 30.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้น เศรษฐกิจจีนยังถือว่ามีศักยภาพและแข็งแกร่งพร้อมรับการลงทุน