วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.ล.ต.ชงปปง.เชือด 6ราย'ปั่นหุ้น-อินไซเดอร์'

ก.ล.ต.เตรียมส่งข้อมูลกล่าวโทษผู้ทำผิดฐานปั่นหุ้น-อินไซเดอร์เทรดดิ้ง 6 รายให้ปปง.เอาผิดทางแพ่ง หลังปปง.แก้กฎหมาย

นายวสันต์ เทียนหอม รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.เตรียมรายงานข้อมูลการทำความผิดด้านการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษผู้ทำผิดในปีนี้ 6 กรณี ให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)พิจารณาดำเนินการผิดตามกฎหมายของปปง. ประกอบด้วยการกล่าวโทษในข้อหาการสร้างราคาหลักทรัพย์ 5 กรณี และกล่าวโทษในข้อหาซื้อขายหลักทรัพย์โดยอาศัยข้อมูลภายใน หรือให้ข้อมูลเท็จ 1 กรณี

ทั้งนี้ การทำความผิดเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ นอกจากจะมีความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้ว ยังเป็นความผิดตามกฎหมายของปปง. ด้วย เพราะปปง.ได้มีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อกำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ไม่เป็นธรรม เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายปปง.เมื่อเดือน ก.พ.2556 ที่ผ่านมา ทำให้ปปง.มีอำนาจในการตรวจสอบ อายัด และยึดทรัพย์สินที่ได้จากการทำความผิดได้

อย่างไรก็ตาม การรายงานข้อมูลดังกล่าว เป็นการรายงานข้อมูลในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะการรายงานข้อมูลอย่างเป็นทางการ ต้องรอให้ปปง.ออกระเบียบว่าจะให้ก.ล.ต.รายงานข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อให้มีแบบแผนในการรายงานข้อมูล

"ผู้ใดที่คิดฝ่าฝืนทำผิดเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ต้องตระหนักว่าปัจจุบันมีกฎหมายหลายฉบับดูแลอยู่ นอกจากพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯแล้วยัง มีกฎหมายฟอกเงินดูแลด้วย จึงไม่ควรคิดที่จะฝืน แม้ว่าขณะนี้ระเบียบต่างๆ จะยังไม่ออกมาเป็นทางการ แต่ก.ล.ต.ก็ได้มีการประสานงานทางด้านข้อมูลกับปปง.อยู่"

ทั้งนี้ การเอาผิดตามกฎหมายปปง.ถือเป็นการเอาความผิดทางแพ่ง เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่การเอาผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ เอาผิดได้เฉพาะทางอาญาเท่านั้น อย่างไรก็ตามปัจจุบันก.ล.ต.อยู่ระหว่างการเสนอแก้ไขพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯเพื่อเพิ่มความผิดทางแพ่งด้วย โดยปัจจุบันได้ส่งร่างแก้ไขกฎหมายไปที่กระทรวงการคลังแล้ว เตรียมที่จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากนั้นก็ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่างกฎหมาย แล้วส่งเข้าครม.อีกครั้ง เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

ปัจจุบันนักลงทุนได้มีการทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ในการตรวจสอบ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ก็ต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาตรวจจับ อย่างไรก็ตามแนวโน้มการทำความผิดเกี่ยวกับการสร้างราคาทำได้น้อยลง เพราะนักลงทุนมีความเข้าใจมากขึ้น ว่าควรลงทุนในหุ้นพื้นฐาน ทำให้ไม่ถูกชักจูงได้ง่าย ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับหุ้นที่มีการเก็งกำไรสูง

"ในอนาคตการสร้างราคาก็คงจะค่อยๆ หายไป เพราะนับวันยิ่งทำได้ยากขึ้น การทำความผิดจึงจะเป็นในส่วนการใช้มูลภายใน หรืออินไซเดอร์เทรดดิ้งมากขึ้นน เพราะเมื่อการสร้างราคาทำได้ยากขึ้น ก็ต้องคิดหาวิธีอื่นมาเอาเปรียบแทน โดยอาศัยข้อมูลภายในมาจับจังหวะการซื้อขาย ก่อนที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ ซึ่งแนวทางในการป้องกันที่ดี คือการมีธรรมาภิบาลของคณะกรรมการบริหาร"

ด้านนางสุพรรณ โปษยานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การเอาผิด อายัด หรือ ยึดทรัพย์ตามกฎหมายของปปง.จะต่างจากก.ล.ต. เพราะเป็นการยึดตามวิธีทางการแพ่ง ไม่ใช่อาญา ถ้าการตรวจสอบว่ามีทรัพย์สินที่ได้มาจากการทำความผิด ก็สามารถยึดทรัพย์ได้เลย ขณะที่ภาระในการพิสูจน์ความผิดอยู่ที่เจ้าของทรัพย์สิน

ต่างจาก ก.ล.ต.ที่จะเอาผิดทางอาญา ที่ต้องพิสูจน์จนสิ้นสงสัย โดยให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้พิสูจน์ ทำให้การเอาผิดของปปง.ทำได้ง่ายกว่า ก.ล.ต.อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปปง.อยู่ไกลข้อมูล ปปง.จึงมีแนวทางกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ ก.ล.ต.ส่งข้อมูลให้ หากมีการกล่าวโทษผู้กระทำความผิด