ปรับข้อมูลกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานใหม่
- มูลค่าขายทรัพย์สินฯ ใหม่จะมีกำไรต่อหุ้น 1.93 บาท
TRUE แจ้งเปลี่ยนทรัพย์สินที่จะขายเข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) เพื่อลดความเสี่ยงเสาโทรคมนาคม 7 พันต้นที่เป็นข้อโต้แย้งกับ CAT ส่งผลให้มูลค่าขายทรัพย์สินลดลงเป็น 6 – 8 หมื่นล้านบาท และมูลค่าตามบัญชีสุทธิของทรัพย์สินลดลงเหลือ 2.6 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังกำหนดมูลค่าเช่ากลับทรัพย์สินใหม่เป็น 5.2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาเช่า 13 – 14 ปี เราประเมิน TRUE จะมีกำไรจาการขายทรัพย์สินฯ และเงินลงทุน 8 บริษัทย่อย ก่อนภาษีราว 35,029 ล้านบาท หรือ 2.41 บาทต่อทุน และกำไรหักภาษีราว 28,023 ล้านบาท หรือ 1.93 บาทต่อหุ้น
- เม็ดเงินใหม่ลดความเสี่ยงทางการเงิน
การระดมทุนด้วยการขายทรัพย์สินเพื่อจัดตั้ง IFF จะทำให้ TRUE ได้เงินหลังหักเงินลงทุนใน IFF สัดส่วน 18% หรือ 33% ประมาณ 4.0-4.9 หมื่นล้านบาท กรณี TRUE นำเงินไปจ่ายคืนหนี้ที่มีกว่า 1 แสนล้านบาท จะทำให้หนี้สินที่มีดอกเบี้ยลดลงเหลือ 5.7-6.6 หมื่นล้านบาท และจะมีอัตราหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น (Net debt / Equity) ลดลงเหลือ 1.3-1.9 เท่า จากปัจจุบัน 10.7 เท่า ขณะที่ขาดทุนสะสมลดลงเหลือ 3.0-3.9 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบัน 6 หมื่นล้านบาท
- ประเมินระดมทุนผ่าน IFF เพิ่มมูลค่าต่อหุ้น 1.40-3.10 บาท
TRUE แจ้งข้อมูลใหม่เรื่องการเข้าถือหน่วยลงทุนใน IFF เป็นไม่ต่ำกว่า 18% แต่ไม่เกิน 33.3% ของมูลค่ากองทุนทั้งหมด ส่วนผลกระทบต่อ TRUE จากการเช่ากลับทรัพย์สินมูลค่าราว 5.2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 13-14 ปี รวมทั้งการเสียรายได้ราว 50% จากขายสิทธิรายได้ค่าเช่าเสาโทรคมนาคม 5.8 พันต้น เราประเมินจะมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานเมื่อคิดเป็นมูลค่าปัจจุบัน (NPV) ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นเราคาดว่าธุรกรรมนี้จะเพิ่มมูลค่าต่อหุ้น TRUE ประมาณ 1.40-3.10 บาทจากมูลค่าเหมาะสม 5.90 บาท (กรณีไม่รวม IFF) ซึ่งมูลค่าเพิ่มจะขึ้นกับมูลค่ากองทุนฯ และสัดส่วนถือหน่วยกองทุนฯ ระหว่าง 18% กับ 33.3%









