วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯชี้5โจทย์ท้าท้ายภาวะโลกเปลี่ยนแปลง

นายกฯชี้ไทยเผชิญ 5 โจทย์ท้าทาย ภาวะโลกเปลี่ยนแปลงผันผวน ชูอาเซียนเวทีโอกาสการลงทุน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดการประชุมงานสัมนาประจำปีของสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เรื่อง "เส้นทางประเทศไทย...สู่ประชาคมอาเซียน" และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "รัฐบาลกับการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน" โดยมีใจความสำคัญว่ารัฐบาลได้เตรียมความพร้อมประเทศไทยสู่การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเป็นลำดับขั้นตอนตั้งแต่การฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังอุทกภัยภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 การวางรากฐานทางเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็งรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวมเร็วของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งมีนโยบายในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวเพื่อให้การก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศไทยมีความแข็งแรงและแข่งขันกับประเทศสมาชิกอาเซียนชาติอื่นๆได้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเปรียบเสมือนเหรียญ 2 ด้านที่มีทั้งโอกาสและความท้าทายโดยจะมีการเปิดเสรี (Free flow)ใน 5 เรื่องสำคัญได้แก่ 1.สินค้าและบริการ 2.การค้าการลงทุน 3.บริการโลจิสติกส์ 4.ตลาดเงินและตลาดทุน และ5.การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี ทำให้ภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนต้องมีการเตรียมความพร้อม โดยความท้ายทายของปัญหาต่างๆมาจากการเปลี่ยนแปลงของโลกใน 5 เรื่องได้แก่ 1.การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศขนาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ทำให้มีการแก้ไขปัญหาโดยการใช้มาตรการคิวอี จนทำให้เงินทุนไหลเข้ามาในประเทศไทยช่วงไตรมาสที่ 1 -2 ที่ผ่านมา และทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นจนกระทบต่อการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรก เป็นต้น ซึ่งประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกมากกว่า 70% ทำให้ได้รับผลกระทบจากการส่งออกจนทำให้รัฐบาลต้องพยายามปรับสมดุลเศรษฐกิจให้พึ่งพาการส่งออกน้อยลงในอนาคต

2.การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับการจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ การใช้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย และการจำหน่ายสินค้าที่เน้นการใช้งานในแต่ละช่วงอายุมากขึ้น 3.การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี โดยเทคโนโลยีเป็นตัแปรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วขึ้น ดังนั้นการผลิตในอนาคตต้องมองเรื่องการยกระดับการผลิตและการพัฒนาเพื่อให้ไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อคงความเป็นผู้นำในการผลิตในภาคอุตสาหกรรมในอาเซียน 4.การเปลี่ยนแปลงประชากรโลก ไปสู่สังคมผู้สูงอายุ เช่นในประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุเพิ่มจาก 12% ไปสู่ 27% ในอีก 30 ปีข้างหน้า และ 5.การเปลี่ยนแปลงระดับภูมิภาค เช่น การเกิดขึ้นในรูปแบบความร่วมมือระหว่าง 10 ชาติอาเซียน และอาเซียนกับคู่เจรจาอื่นๆ

"การรวมตัวกันเป็นตลาดใหญ่ของอาเซียนกว่า 600 ล้านคน และรวมกับตลาดจีนตอนใต้อีก 150 ล้านคน เป็นตลาดขนาดใหญ่กว่า 750 ล้านคน ในการสร้างความเชื่อมโยงจะต้องให้ความสำคัญในหลายมิติ ทั้งการเชื่อมโยงทางกายภาพ การเชื่อมโยงในการบริการ การแลกเปลี่ยนทางการศึกษา การเคลื่อนย้ายการค้าการลงทุนระหว่างสมาชิก ซึ่งเรื่องต่างๆเหล่านี้จะต้องมีการหารือร่วมกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศสมาชิกเพื่อให้ได้ข้อปฏิบัติร่วมกันและสามารถดำเนินการได้อย่างสากลและมีการยอมรับร่วมกัน"