8 เดือนแรกต่างชาติขายหุ้น 1.1 แสนล้านบาท พีอีลดลงเหลือ 12.57 เท่า จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 13.51 เท่า
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นเดือนสิงหาคมว่า ในเดือนนี้นักลงทุนทุกกลุ่ม มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงจากเดือนก่อน ทั้งนี้ หากพิจารณาจากสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายแยกตามกลุ่มผู้ลงทุน พบว่า นักลงทุนต่างประเทศและบริษัทหลักทรัพย์มีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงขึ้น
ขณะที่ผู้ลงทุนบุคคลในประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 48.18% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ต่ำสุดในรอบ 76 เดือน นับจากเดือนพฤษภาคม 2550 (เมษายน 2550 อยู่ที่ 46.14%)
โดยในเดือนสิงหาคม นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิใน SET และ maiรวม 39,994 ล้านบาท และในช่วง 8 เดือนแรก นักลงทุนต่างประเทศและบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิที่ 115,837 ล้านบาท และ 10,787 ล้านบาท ตามลำดับขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนบุคคลในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิ 70,975 ล้านบาท และ 55,649 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่ Forward P/E ratio ในเดือน ส.ค. ของ SET อยู่ที่ 12.57 เท่า ลดลงจาก 13.51 เท่าในเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 13.06 เท่า สำหรับ mai อยู่ที่ 14.33 เท่า ลดลงจาก 16.91 เท่าในเดือนก่อนหน้า
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ SET และ mai อยู่ที่ 40,003 ล้านบาท ลดลง 12.93% จากเดือนก่อน แต่เพิ่มขึ้น 36.23% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2556 มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมอยู่ที่ 56,716 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.99% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ด้านการระดมทุน มีมูลค่ารวม 17,519 ล้านบาท ส่วนใหญ่ เป็นการระดมทุนในตลาดแรก (ไอพีโอ) 13,428 ล้านบาท จากการเข้าจดทะเบียนของ 3 บริษัทใหม่ และ 1 กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่การระดมทุนในตลาดรองอยุ่ที่ 4,091 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากรวม 8 เดือนแรกปีนี้ พบว่า มีมูลค่าการระดมทุนรวมทั้งสิ้น 203,569 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175.78% จากช่วงเดียวกันปีก่อน









