ทิสโก้ เวลธ์ มีมุมมองเป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น หลังแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวสดใส ชี้ตลาดหุ้นทั่วโลกยังน่าลงทุน
แนะจับจังหวะลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เอเชีย จีน ไทย และญี่ปุ่น หลังปัจจัยด้านเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนหนุน
บทวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุน ประจำเดือนกันยายน โดย ทิสโก้ เวลธ์ (TISCO Wealth) ระบุว่า ยังคงมุมมองเชิงบวก และแนะนำ Overweight การลงทุนในหุ้น เนื่องจาก 1. แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก 2. การปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้น ตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นในสหรัฐฯ (Great Rotation) และ 3. Valuation ของตลาดหุ้นโดยรวมที่ยังดูน่าสนใจเมื่อเทียบกับตราสารหนี้
โดยตลาดหุ้นที่แนะนำลงทุน ประกอบด้วย ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา เนื่องจากดัชนีชี้นำเศรษฐกิจยังส่งสัญญาณขยายตัวอย่างต่อเนื่องในทุกภาคของเศรษฐกิจ ทั้งการจ้างงาน อสังหาริมทรัพย์ และการผลิต ทำให้เชื่อว่าผลกำไรของดัชนี S&P500 มีโอกาสถูกปรับเพิ่มขึ้น
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น (ApxJ) เนื่องจากการเทขายสินทรัพย์ในตลาดการเกิดใหม่ทำให้ Valuation ของตลาดหุ้น โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ และ แนวโน้มการปรับตัวของคาดการณ์ผลกำไรที่เริ่มทรงตัว และมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นจีน แนะนำซื้อลงทุนระยะยาว โดยเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ TISCO Wealth ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวได้ใกล้เคียงกับเป้าที่ 7.5% ในปีนี้ ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาส 2 ของบริษัทในดัชนี HSCEI จำนวน 36 บริษัท มีจำนวน 26 บริษัทที่ผลกำไรเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 2 ปีที่แล้ว ในขณะที่ผลกำไรรวมมีการเติบโตขึ้น 41.58%
ตลาดหุ้นไทย แนะนำซื้อสะสม โดยคาดการณ์กำไรของตลาดหุ้นไทยถูกปรับลดลงราว 5% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา หลังเศรษฐกิจไทยเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในไตรมาส 2 แต่เชื่อว่าการชะลอตัวดังกล่าวเป็นเพียงแค่การปรับตัวกลับไปสู่ระดับปกติหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหมดอายุลงเท่านั้น ส่วนในระยะยาวยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น แนะนำซื้อสะสม เนื่องจากจะเป็นตลาดที่ได้รับผลดีที่สุดจากการชะลอมาตรการ QE ของสหรัฐฯ เพราะจากทิศทางการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่ช่วยกระตุ้นการส่งออกและกำไรของบริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่นที่ส่วนใหญ่มีฐานการผลิตอยู่นอกประเทศ โดยในช่วงตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่ตลาดมีความกังวลต่อการชะลอ QE ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นราว 6% เมื่อเทียบกับค่าเงินเยน
ส่วนตลาดหุ้นยุโรป แนะนำเลือกลงทุนเป็นรายประเทศ







