กบข.ปรับพอร์ตลงทุน เพิ่มสัดส่วนลงทุนตลาดหุ้นนอก เน้นสหรัฐ ญี่ปุ่น ยุโรป รับภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้น เพื่อลดการลงทุนหุ้นไทยมาอยู่ในระดับปกติ
น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กบข.ได้ปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ตลาดทุนในประเทศและต่างประเทศ โดยได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยให้กลับมาอยู่ในระดับกลาง หลังจากก่อนหน้านี้ได้ปรับเพิ่มการลงทุนในหุ้นไทย แล้วไปเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ จากเดิมลงทุน 10% มาอยู่ในระดับ 15% โดยเน้นที่สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น เพื่อรับกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว
นอกจากนี้ยังเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในการลงทุนทางเลือก ทั้งอสังหาริมทรัพย์ และระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศ ส่วนการลงทุนในประเทศนั้นส่วนใหญ่ยังคงเป็นการลงทุนตลาดตราสารหนี้ ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นได้ปรับลดลงไม่มาก แต่เน้นการปรับกลุ่มลงทุน โดยมาลงทุนในกลุ่มพลังงาน ที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น จากสถานการณ์ในซีเรีย
"ตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจ และเชื่อว่าดัชนีได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า จากภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวชัดเจน ซึ่งแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยจะผันผวน แต่แนวโน้มผลตอบแทนการลงทุนของกบข.ในปีนี้ยังเป็นบวก"
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าราชการเกษียณอายุราชการ มักจะมีเหตุการณ์หรือปัจจัยลบเข้ามากระทบ จึงอยากแนะนำให้สมาชิกยังไม่ต้องเอาเงินออกในช่วงนี้ สามารถรอให้สถานการณ์เหล่านี้ผ่านไป หรือรอในช่วงสิ้นปีก่อน ซึ่งเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
โดยกบข.จะมีการติดตามสถานการณ์ที่มีผลต่อการลงทุนในตลาดตราสารทุน และตราสารหนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งการลดมาตรการคิวอีสหรัฐ สถานการณ์ในซีเรีย นโยบายเศรษฐกิจของจีนและญี่ปุ่น ซึ่งหากมองระยะยาวยังไม่มีปัจจัยที่น่ากังวล ส่วนซีเรีย มองว่าเป็นสถานการณ์ที่กระทบระยะสั้น
สำหรับพอร์ตการลงทุนของกบข.ล่าสุด ณ สิ้นเดือน ส.ค. แยกเป็นตราสารหนี้ไทย 60.5% ตราสารหนี้ ต่างประเทศ 6.2% ตลาดหุ้นไทย 10.7% ตลาดหุ้นต่างประเทศ 15% นอกจากนี้ มีการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก ได้แก่ โครงการโครงสร้างพื้นฐาน 0.5% สินค้าโภคภัณฑ์ 0.8% อสังหาริมทรัพย์ในประเทศ 4% อสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ 1% และไพรเวท ฟันด์ 1.2%
นางสาวโสภาวดี กล่าวอีกว่า กบข. ได้ร่วมมือกับผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ 6 ราย ทำโครงการ “กบข. BEST HOME BEST BUY” ประกอบด้วย บริษัท พฤกษาเรียลเอสเตท,บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์,บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ ,บริษัท แสนสิริ และบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) เพื่อให้สิทธิพิเศษในการซื้อที่อยู่อาศัย ให้สมาชิก กบข.ได้ซื้อบ้านคุณภาพดีภายใต้ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้กบข.ได้จัดสวัสดิการที่อยู่อาศัยเพื่อสมาชิก กบข. มาแล้ว 10 ปี โดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารชั้นนำระดับประเทศ ทำให้สมาชิกมีบ้านเป็นของตนเองถึง 2.2 แสนราย









