"เอสปรี"บริษัทผู้ค้าปลีกเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำที่มีสำนักงานใหญ่ในฮ่องกง รายงานว่าบริษัทขาดทุนสุทธิ 4,390 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หลังตลาดแข่งเดือด
บริษัทกล่าวว่าได้รับผลกระทบจากต้นทุนหลายอย่าง รวมถึงต้นทุนเกี่ยวเนื่องกับการเข้าถือครองกิจการในจีน และการปิดสาขา
การขาดทุนของบริษัทดังกล่าว มีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่บริษัทมีกำไรสุทธิถึง 873 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง และตัวเลขการขาดทุนดังกล่าวสูงกว่าการคาดการณ์ของเอสแอนด์พี แคปิตอล ไอคิว ที่มองว่าจะขาดทุน 3,480 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
นอกจากนี้ รายได้ของบริษัทยังร่วงลง 14.1% เป็น 25,900 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เมื่อเทียบกับ 30,170 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงของรายได้ปีที่แล้ว ซึ่งบริษัทกล่าวว่าสภาพการณ์ดังกล่าวเป็นปีที่ท้าทายเป็นพิเศษของบริษัท
เอสปรีกำลังต่อสู้เพื่อฟื้นคืนสถานภาพในตลาดที่การแข่งขันดุเดือด ซึ่งมีคู่แข่งอย่างแบรนด์"ซาร่า"ของสเปน และ"เฮช แอนด์ เอ็ม"ของสวีเดน ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคมบริษัทเตือนว่าจะขาดทุนอย่างหนักในปีงบประมาณนี้
ด้านแถลงการณ์ของบริษัท ระบุว่า ทีมงานด้านบริหารคาดว่าปีงบประมาณหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่เป็นระยะเปลี่ยนผ่าน และบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะทำให้ผลประกอบการทางธุรกิจมีเสถียรภาพ และวางพื้นฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงอันยั่งยืน
ทั้งนี้ ในปีที่แล้วบริษัทเผยว่าได้ลงทุน 2,400 ล้านดอลลาร์ในช่วง 4 ปี อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามปรับโฉม หลังจากกำไรสุทธิตกฮวบลง 98% ในปี 2555
เอสปรีระดมเงินได้ 667 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว จากการขายหุ้น 646.1 ล้านหุ้นเพื่อนำเงินมาใช้ในการปรับโฉม ขณะที่นายโฮเซ มานูเอล มาร์ติเนส กูเตียเรส อดีตผู้บริหารซาร่า ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเอสปรีเมื่อปีที่แล้ว หลังจากซีอีโอคนเก่าลาออก







