วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บีเอ็มซีแอลเร่งล้างขาดทุนสะสม1.2หมื่นล.

"บีเอ็มซีแอล"เร่งแก้ปัญหาโครงสร้างการเงิน หาเงินทุนล้างขาดทุนสะสม เผยมองหลายแนวทางทั้งเงินจากผู้ถือหุ้นเดิม-ทุนใหม่ คาดได้ข้อสรุปสิ้นปีนี้

นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังวางแผนการแก้ปัญหาโครงสร้างทางการเงิน เพื่อล้างขาดทุนสะสม เพื่อให้องค์กรพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งมีอยู่หลายแนวทาง ที่จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ และผู้ถือหุ้นพิจารณา คาดจะได้ข้อสรุปในปีนี้

"การแก้ไขปัญหาทางการเงิน ต้องหาแหล่งเงินทุนเข้ามา ซึ่งช่วงที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ และคงไม่ปล่อยให้ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ ที่คิดไว้มีหลายแนวทาง ทั้งจากผู้ถือหุ้นเดิม และทุนใหม่ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น ที่ปัจจุบันบริษัทมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลากหลายทั้งรฟม.ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 25% และกลุ่มบริษัท ช.การช่าง (CK)"

สำหรับการออกกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์) เป็นแนวทางในอนาคต คงไม่ทำในช่วงนี้ เพราะต้องรอให้บริษัทแข็งแรงก่อน หากจะดำเนินการช่วงนี้ก็ทำได้ แต่จะได้เงื่อนไขที่ไม่ดีเท่ากับช่วงที่บริษัทแข็งแรง

ปัจจุบันบริษัทมีหนี้อยู่กว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมาได้เจรจากับเจ้าหนี้ ขอพักเวลาการชำระเงินต้นออกไป จนกว่าโครงการสายสีม่วงจะแล้วเสร็จ จ่ายเพียงอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น

ส่วนการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง มูลค่าโครงการ 8.2 หมื่นล้านบาท ที่บริษัทเพิ่งเซ็นสัญญากับรฟม.เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา จะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงิน เพราะบริษัทจะว่าจ้างให้ ช.การช่าง เข้ามารับเหมาช่วง มูลค่าสัญญากว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้ขออนุมัติผู้ถือหุ้นไว้แล้วเมื่อปีที่ผ่านมา

โดยช.การช่าง จะเป็นผู้จัดหาเงินทุนมาดำเนินโครงการ ซึ่งจากศักยภาพและประสบการณ์ของช.การช่าง เชื่อว่าจะมีต้นทุนทางการเงินที่ดี ซึ่ง ช.การช่าง จะเป็นผู้รับความเสี่ยงจากต้นทุน และอัตราแลกเปลี่ยนด้วย เพราะต้องมีการนำเข้าระบบและซื้อรถไฟฟ้าด้วย

เขากล่าวต่อว่า มั่นใจโครงการสายสีม่วงจะแล้วเสร็จตามกำหนด 1200 วัน โดยจะหารือกับทางช.การช่างที่เป็นผู้รับเหมาช่วง เร่งรัดโครงการให้เสร็จก่อนกำหนดได้ แต่จะเร็วแค่ไหนยังไม่สามารถระบุได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ สิ้นปี 2555 บีเอ็มซีแอล มีหนี้สินรวม 1.73 หมื่นล้านบาท มีภาระการจ่ายดอกเบี้ย 1.18 พันล้านบาท มีขาดทุนสะสม 1.2 หมื่นล้านบาท

เขากล่าวว่า ในอนาคต บีเอ็มซีแอล อาจจะไม่ได้ทำธุรกิจเฉพาะรถไฟฟ้า แต่จะมีธุรกิจเข้ามาช่วยสร้างการเติบโต เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยบีเอ็มซีแอล จะไม่เข้าไปทำเป็นโครงการเอง โดยจะมองเป็นโครงการสร้างชุมชนใหม่ ที่มีระบบทุกอย่างพร้อม และจะเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญในแต่ละธุรกิจ โดยขณะนี้มีการพูดคุยกับพันธมิตรบ้างแล้ว

บล.เอเซียพลัส วิเคราะห์ว่า ผลการดำเนินงานของบีเอ็มซีแอลช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 444 ล้านบาท คิดเป็น 54% ของประมาณการ ขณะที่แนวโน้มช่วงที่เหลือของปี คาดจะขาดทุนน้อยลง จากปริมาณผู้โดยสารที่จะสูงขึ้นตามฤดูกาล (หลังเปิดเทอม) และรายได้เชิงพาณิชย์ที่ยังสูงขึ้น จากแผนหาพันธมิตรร่วมกันพัฒนาสื่อโฆษณาเพิ่มเติมในชานชาลา บวกกับต้นทุนการดำเนินงาน คาดยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อเนื่องจากงวดไตรมาส 2 ของปีนี้

ส่วนอีกประเด็นที่ต้องติดตาม คือ การเซ็นสัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สัญญาที่ 4 (สัมปทานสำหรับการลงทุนการจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ - บางซื่อ) มูลค่าราว 8.3 หมื่นล้านบาท

โครงการดังกล่าว ถือว่ามีนัยต่อผลการดำเนินงานในอนาคตของบีเอ็มซีแอล ซึ่งจะผลักดันให้บริษัทสามารถกลับมาทำกำไรได้ในอนาคตประมาณปี 2560 บนสมมติฐานว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วงเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3 ปี 2559 ตามแผนเดิม โดยต้องใช้เวลาติดตั้งงานระบบและตัวรถไฟฟ้าประมาณ 3 ปี ซึ่งกำหนดระยะเวลาในปัจจุบันถือว่าค่อนข้างกระชั้นชิด และยังมีความเสี่ยงสูงที่โครงการดังกล่าว อาจล่าช้ากว่าแผนเดิม และทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัท ยังไม่สามารถกลับมามีกำไรได้ในช่วง 3 ปีนี้