บาร์เคลย์ส เพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้น "เอไอเอส-ดีแทค" ภายใต้สมมติฐานช่วง 4 ปีหน้าธุรกิจโดดเด่นเหนือคู่แข่งย่านเอเชียแปซิฟิก
บาร์เคลย์ส วาณิชธนกิจชั้นนำจากยุโรป ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เรื่อง "บริการสื่อสารของไทย..ถึงเวลาเข้ามาเพิ่มน้ำหนักลงทุนให้เอไอเอสกับดีแทคเหนือเกณฑ์เฉลี่ย" โดยระบุว่าขณะที่การประเมินมูลค่าหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ยังไม่ถือถูก แต่อนาคตการเติบโตของหุ้นทั้งสองบริษัทสื่อสารใหญ่สุดในอุตสาหกรรมโทรไร้สายของไทยขณะนี้ มีความโดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับคู่แข่งในตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
โดยทีมงานบาร์เคลย์ส คาดว่า อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีของกำไรต่อหุ้นช่วง 3 ปีข้างหน้า หรือตั้งแต่ปี 2556-2559 สำหรับเอไอเอสแล้วอยู่ที่ 19% และดีแทคที่ระดับ 20% พร้อมย้ำว่าอัตราผลตอบแทนจากทั้งสองบริษัทขยายตัวแข็งแกร่ง เป็นการให้อัตราส่วนปันผลต่อกำไรสุทธิ 100% จากสมมติฐานการเติบโตและอัตราผลตอบแทนจูงใจ
งานวิเคราะห์อธิบายว่า สามปัจจัยสนับสนุนการปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนให้เอไอเอสกับดีแทค เป็นเหนือเกณฑ์เฉลี่ย มีดังนี้ ปัจจัยแรกการปรับโฉมรูปแบบธุรกิจ 3จี มีแนวโน้มว่าจะเร็วขึ้นและราบรื่นขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ ทั้งเอไอเอสและดีแทคมีการวางแผนจริงจังมากขึ้นในการทำ 3จี พร้อมการตกผลึกของอัตราการโรมมิ่งลดลง และยังช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมตามกฎระเบียบ ซึ่งในไตรมาส 2 ปีนี้ เอไอเอส ระบุรายได้จากการขับเคลื่อน 3จี อยู่ที่ 8% ซึ่งคาดว่าดีแทคจะมีพลวัตคล้ายคลึงกับเอไอเอส ขณะเดียวกัน สามารถมองเห็นกำไรเติบโตมากขึ้น นับจากปี 2557 เป็นต้นไป
ส่วนปัจจัยที่สอง เป็นเรื่องความเสี่ยงด้านกฎระเบียบกับการแข่งขัน ที่ดูแล้วไม่มีแนวโน้มปรากฎให้เห็นช่วง 12 เดือนข้างหน้า และมีแต่เรื่องเล็กเรื่องน้อยที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในแง่พัฒนาการทางธุรกิจที่เกิดขึ้นตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา อีกทั้งพิจารณาแล้วว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้น ที่ไม่มีแนวโน้มจะเกิดความคิดริเริ่มด้านกฎหมายเป็นพิเศษใดๆ ออกมาจนพัฒนากลายเป็นปัญหาสำคัญในช่วง 1 ปีจากนี้ไป และเรื่องนี้ช่วยผลักดันให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น สำหรับการคาดการณ์ผลประกอบการบริษัทในอนาคต
สุดท้าย เป็นการประเมินมูลค่า ซึ่งดูอนาคตและแนวโน้มการเติบโตบวกกับอัตราผลตอบแทนที่ปรับตัวดีขึ้น โดยทีมงานของบาร์เคลย์ส คาดว่า อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีของกำไรต่อหุ้น ช่วงปี 2556-2559 ของ เอไอเอส อยู่ที่ระดับ 19% และของ ดีแทค อยู่ที่ 20% โดยอัตราส่วนเงินปันผลเทียบกำไรสุทธิ 90-100% ตลอดจนกำไรสูงขึ้น บ่งบอกได้ว่าอัตราผลตอบแทนขณะนี้ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ราคาหุ้นของเอไอเอสกับดีแทคขณะนี้ไม่ถูก ซึ่งหุ้นเอไอเอสตอนนี้อยู่ที่ระดับ 18.8 เท่าของคาดการณ์ราคาเทียบกำไรปี 2556 ส่วนหุ้น ดีแทค อยู่ที่ 20.5 เท่าของคาดการณ์ราคาเทียบกำไรปี 2556 ซึ่งทีมงานบาร์เคลย์ส คิดว่าการประเมินมูลค่าดังกล่าวรับได้ เพราะว่าอนาคตการเติบโตของทั้งสองบริษัทแข็งแกร่ง และงานวิเคราะห์ชิ้นนี้ยังคงชื่นชอบ เอไอเอส มากกว่า ดีแทค เนื่องจากการสิ้นสุดสัมปทานก่อน ความยืดหยุ่นทางการเงินมีมากกว่า และขนาดธุรกิจดีกว่า
"เราประเมินว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล เอไอเอส อยู่ที่ 5.3% ในปีนี้ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 7.1% ในช่วง 2 ปีหน้า ขณะที่กำไรก็ขยายตัว ได้แรงหนุนจากนโยบายเสนออัตราส่วนปันผลต่อกำไรสุทธิ 100% เอไอเอสตอนนี้เทรดกันที่ค่าพีอี 18.8 เท่า และการประเมินกำไรเทียบกำไรก่อนหักภาษีค่าเสื่อมที่ 11.3 เท่า จากคาดการณ์ปีนี้ เทียบกับค่าเฉลี่ยบริษัทโทรไร้สาย ระดับภูมิภาคที่ 19.3 เท่า และ 7.7 เท่า ตามลำดับ สะท้อนอนาคตการเติบโตที่ทำได้ดีและมากกว่า"
นอกจากนี้ ทีมวิเคราะห์คาดว่า อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของดีแทค จากคาดการณ์ปี 2556 จะเพิ่มขึ้นเป็น 6.2% จากคาดการณ์ปี 2558 ซึ่งสอดคล้องกับตามการเติบโตของกำไร โดยหุ้นดีแทคเทรดกันที่ค่าพีอี 20.5 เท่า และการประเมินกำไรเทียบกำไรก่อนหักภาษีค่าเสื่อมที่ 9 เท่า สำหรับคาดการณ์ปี 2556 ซึ่งเทียบกับค่าเฉลี่ยของบริษัทโทรไร้สายในระดับภูมิภาคที่อยู่ในระดับ 19.3 เท่า และ 7.7 เท่า ถือว่าสูงกว่าเล็กน้อย แต่ในมุมมองของบาร์เคลย์ส เชื่อว่าอนาคตการเติบโตของดีแทคนั้น โดดเด่นและเหนือกว่า









