วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Property Sector - Overweight

แนวโน้มผลประกอบการ 2H56 เป็นประเด็นบวกรออยู่

- ราคาหุ้นปรับลงจนถูกกว่าค่าเฉลี่ย PE 3 ปี
จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ถดถอยลงจากเป้าหมายเดิมทำให้มีการปรับลดอัตราการของเศรษฐกิจ (GDP Growth) ของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในกรอบ 3.5 – 3.8% ส่งผลกดดันต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์และกระทบต่อราคาหุ้นในกลุ่มที่อยู่อาศัยรายใหญ่ที่เราศึกษาอยู่ จนปัจจุบันราคาหุ้นปรับลงมาซื้อขายที่ค่าเฉลี่ย PE ปี 2556 ที่ระดับเพียง 9 เท่า น้อยกว่าค่าเฉลี่ย PE ที่ซื้อขายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่ระดับ 12 เท่า เราปรับมูลค่าเหมาะสมของกลุ่มลงเพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากแนวโน้มการเติบโตที่อาจชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังคงน้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาด” เนื่องจากราคาที่อ่อนตัวลงมายังต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสมใหม่ที่ยังให้ส่วนต่างจากราคาตลาด 30-70% ขณะเดียวกันที่กลุ่มยังมีปัจจัยบวกต่อราคาตลาดในช่วง 3 – 6 เดือนข้างหน้าจากผลประกอบการ 2H56 ที่เติบโต

- ทำกรณีศึกษา ผลกระทบกรณีโอนกรรมสิทธิ์และยอดขายใหม่ต่ำกว่าเป้า
เราได้ทำกรณีศึกษา (Sensitivity Analysis) ประเมินผลกระทบของรายได้จาก 2 ตัวแปรที่มีผลต่อการทำกำไร คือ การโอนกรรมสิทธิ์ และ ยอดขาย ในกรณีที่ 1) หากการโอนกรรมสิทธิ์ไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย โดยโครงการแนวราบต่ำกว่าเป้าหมาย 5% และโครงการคอนโดมีเนียมต่ำกว่าเป้าหมาย 10% จะทำให้กำไรสุทธิ 2H56 ลดลง 3.3% ในกรณีที่ 2) การรับร้ายได้จากยอดขายจากการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยโครงการแนวราบรับรู้ได้ลดลง 10% จากเป้าหมาย จะทำให้กำไรสุทธิลดลง 3% และในกรณีเลวร้ายที่รวมผลกระทบจากกรณีที่ 1 และ 2 รวมกัน พบว่า กำไรสุทธิใน 2H56 จะลดลง 6.3% เราได้ทำประมาณการราคาเหมาะสมที่ปรับลดในแต่ละเหตุการณ์ซึ่งยังคงมีส่วนต่างราคาเฉลี่ย