2Q56 กำไร 302 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด เนื่องจากการบันทึกรายได้ต่ำ
งวด 2Q56 SPALI มีกำไรสุทธิและกำไรจากการดำเนินงาน 302 ล้านบาท ทรงตัว YoY แต่ลดลง 35.8% QoQ ต่ำกว่าคาด 50 ล้านบาท เนื่องจากประสิทธิภาพการทำกำไรลดลง โดยมี Norm Profit Margin 16.1% ลดจาก 22% ในงวด 1Q56 โดยมีองค์ประกอบของ Gross Margin จากการขาย 38.4% และ SG&A/Sales 16.5%
ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาฯ 1.8 พันล้านบาท ลดลง 12% QoQ เพราะเป็นช่วงที่ไม่มีการโอนคอนโดมิเนียมใหม่ จึงเป็นการโอนบ้านแนวราบเป็นหลัก อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาภาพรวมช่วง 1H56 SPALI มีกำไร 774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% YoY คิดเป็นสัดส่วน 22% ของประมาณการปี 2556 ของฝ่ายวิจัย ขณะที่โครงสร้างทางการเงิน ยังมีระดับหนี้สินต่อทุนต่ำ หรือคิดเป็น Net Gearing 0.52 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ประมาณ 1 เท่า ทั้งนี้ SPALI ประกาศปันผลงวด 1H56 ที่ 0.30 บาท/หุ้น จ่าย 10 ก.ย.56
มีหลักประกันรายได้ 87% ของประมาณการ
กำไร 2Q56 คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนจะฟื้นตัวในงวด 3Q56 และจะไปสูงสุดในงวด 4Q56 เพราะเป็นช่วงที่จะเริ่มส่งมอบ 3 คอนโดมิเนียมใหม่ คือ Supalai Park ราชพฤกษ์-เพชรเกษม, City Resort รัชดา-ห้วยขวาง และ Supalai Premier ราชเทวี ซึ่งเมื่อรวมกับยอดขายโครงการแนวราบที่รอโอนจะมี Backlog ที่มีกำหนดรับรู้รายได้ปีนี้รวม 8.4 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 87% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งจะส่งผลให้แนวโน้มรายได้จากการขาย
อสังหาฯช่วง 2H56 จะเพิ่มสู่ระดับ 1 หมื่นล้านบาท จากที่ทำได้ 3.8 พันล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก
ขณะที่ Presale ช่วง 2H56 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะจะเป็นช่วงที่มีการเปิดโครงการใหม่ 18 โครงการ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นคอนโด 8 โครงการ หลังจากครึ่งปีแรกขายไปได้ 7.9 พันล้านบาท (แนวราบ 3.9 พันล้านบาท และคอนโด 4 พันล้านบาท) จึงน่าจะเห็นพัฒนาการเชิงบวกอย่างมากของ Presale ในงวด 2H56 เช่นกัน
กำหนดFair Value ที่ PER 10 เท่า หรือ 20.49 บาท Dividend Yield 5.7%
ฝ่ายวิจัยกำหนด Fair Value ที่ PER 10 เท่า หรือ 20.49 บาท มี Upside 43% โดยที่ระดับราคาหุ้นปัจจุบันมีค่า PER ต่ำเพียง 7 เท่า และจะลดลงเหลือ 5.5 เท่า ณ สิ้นปี 2557 ส่วน Dividend Yield 5.7% ต่อปี และเพิ่มเป็น 7.2% ต่อปีในปี 2557 โดยจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง









