ไออาร์พีซี มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก ดันกำไรทั้งปีเป็นบวกจากปีก่อนขาดทุนเกือบพันล้าน ส่วนรายได้ทรงตัวจากปีก่อน
นายอธิคม เติบศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังนี้คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ที่ขาดทุนสุทธิ 1,006 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ผลประกอบการทั้งปีนี้สามารถพลิกกลับมาเป็นกำไรได้อย่างแน่นอน จากปีก่อนที่ขาดทุนมากกว่า 900 ล้านบาท แม้ว่าแนวโน้มรายได้ปีนี้จะทรงตัวจากปีก่อนที่ราว 2.88 แสนล้านบาท
สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนธุรกิจในครึ่งปีหลัง ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1.ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้นส่งผลให้ความต้องการใช้ปิโตรเลียมเพิ่มสูงขึ้น โดยระดับของค่าการกลั่นมีส่วนต่าง (GRM) ที่เพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 8 เหรียญ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกที่อยู่ 6-7 เหรียญ/บาร์เรล และส่งผลให้ทั้งปีค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 7-8 เหรียญ ขณะเดียวกันระดับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นในตลาดโลกจะช่วยหนุนให้ผลงานไม่มีขาดทุนจากสต็อกน้ำมันอย่างในช่วงไตรมาส 2/56
2.การที่บริษัทได้ติดตั้งตัวกำจัดสารปรอททำให้สามารถใช้น้ำมันดิบในประเทศในการกลั่นได้มากขึ้น จากเดิมที่อยู่ 6-7 พันบาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นบาร์เรล/วัน ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งเมื่อรวมกับราคาน้ำมันดิบในตลาดที่ปรับสูงขึ้นจะทำให้ได้รับผลตอบแทนทั้งปีดีขึ้น
3.บริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตในส่วนของผลิตภัณฑ์สไตรีน โมโนเมอร์ (SM) ออกสู่ตลาดได้เพิ่มขึ้นอีก 6 หมื่นตัน/ปี จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 2 แสนตัน/ปี รวมเป็นกำลังการผลิตล่าสุดที่ 2.6 แสนตัน/ปี โดยขณะนี้เดินเครื่องกำลังการผลิตแล้วทั้ง 100% ส่งผลให้บริษัทมีวอลุ่มรองรับการผลิตได้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับภาวะตลาดขาขึ้นของผลิตภัณฑ์สไตรีน โมโนเมอร์ และ 4. บริษัทยังรับรู้รายได้และกำไรจากการขายที่ดินเปล่าในจังหวัดระยอง มูลค่ารายได้ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท
"เราคาดว่าครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรกแน่ๆ โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ทั้งรายได้และกำไร เพราะตัวมาร์จิ้นดีขึ้น และมั่นใจว่ากำไรจะกลับมาเป็นบวกได้ จากปีที่แล้วขาดทุน 900 กว่าล้านบาท แม้ว่ารายได้จะแฟลตจากปีก่อนที่ 2.88 แสนล้านบาท ซึ่งรายได้ไม่ได้เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ เพียงแต่ EBITDA จะเพิ่มขึ้นจากอัพไซด์ที่เพิ่มขึ้นทั้งจากเศรษฐกิจที่ฟื้น ความต้องการใช้ปิโตรเคมีดีขึ้น สเปรดก็ดี แม้ว่าในส่วนของโรงกลั่นไม่ดีนัก โดยเฉพาะแก๊สโซลีนครึ่งปีหลังอยู่ในระดับที่ต่ำ จากส่วนต่างเมื่อก่อน 14-15 เหรียญ ตอนนี้ก็เหลือ 8-9 เหรียญ และน้ำมันเตาอยู่ที่ประมาณ 13 เหรียญ แต่ IRPC ก็ทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันเตาไว้แล้วระดับหนึ่งก็ช่วยได้เยอะ ประกอบกับเรามีการขายที่ดินเปล่าเป็นแอสเสทบวกเอ็กตร้าเข้ามา ตั้งเป้าว่าน่าจะได้ 1 พันล้านบาท บุ๊คเข้ามาเป็นรายได้ก่อน พอหักลบต้นทุนก็จะออกมาเป็นกำไร" นายอธิคม กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในแง่ทางบัญชีแม้ว่าบริษัทจะมีในส่วนของหนี้ ซึ่งเป็นสกุลเงินดอลลาร์ที่ประมาณ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะมีผลในการคำนวณบัญชีกลับมาเป็นค่าเงินบาทในภาวะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า แต่ก็เชื่อว่ารายได้ทั้งปีนี้จะสามารถชดเชยจนส่งผลให้ทั้งปียังมีผลประกอบการเป็นบวกได้ ขณะเดียวกันในช่วงค่าเงินบาทที่อ่อนค่า บริษัทพยายามที่จะลงทุนโดยการใช้สกุลเงินดอลลาร์ให้มากขึ้น สำหรับราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะอยู่ที่ 105-107 เหรียญ/บาร์เรล เพิ่มสูงขึ้นจากครึ่งปีแรกที่อยู่ 104 เหรียญ/บาร์เรล









