สัญญาณขายจะเกิดขึ้นอีกครั้ง หากดัชนีฯหลุดแนวรับจิตวิทยา 1300/1295 จุดลงไปในวันนี้
คาดดัชนีฯ ลงต่อ แนวต้านหลัก 1310/1320 จุด แนวรับ 1295//1285 จุด การวิตกต่อการลดขนาด QE ของเฟดในช่วงกลางเดือนนี้ เป็นประเด็นหลักที่ส่งผลลบต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ อิงจากการเริ่มหันมาถือสกุลดอลล์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สอง หลังจากขายออกไปในช่วง 5 สัปดาห์ก่อนหน้า (ค่าเงินดอลล์สหรัฐฯแข็งค่าสุดรอบ 6 สัปดาห์เทียบสกุลสำคัญ วานนี้ +0.3% เป็น 82.342) และแนวโน้มสูงที่สหรัฐฯจะรายงานเศรษฐกิจที่ดีขึ้น (วานนี้ รายงาน Fed Beige Book สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและจะส่งผลให้โอกาสลดขนาด QE มีสูงขึ้น) และวันศุกร์ จะรอรายงานจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งตลาดคาดว่าจะมีการจ้างงานที่สูงขึ้น +180k (จาก +160k) ส่วนปัจจัยรอง คือ ความเสี่ยงของการเกิดสงครามในซีเรีย มีโอกาสเพิ่มขึ้น หลังจากรัสเซียไม่ได้
ขัดขวางเหมือนแต่ก่อน และผู้นำเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยในสภาคองเกรส ต่างเห็นชอบกับข้อเสนอโจมตีซีเรียของประธานาธิบดีโอบามา (รอผลโหวตของสภาคองเกรสวันจันทร์ที่ 9 ก.ย. )
คงคำแนะนำ –Sell into Strength เป็นวันที่สาม ภายใต้ความไม่แน่นอนเรื่อง QE3 และโอกาสสูงที่สหรัฐฯ จะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น (ซึ่งจะส่งผลให้โอกาสลดขนาด QE3 มีสูงขึ้นในกลางเดือนกันยายน) ประกอบกับ ความเสี่ยงขาขึ้นของดัชนีฯ เริ่มมีจำกัด (30 กว่าจุด) แต่ความเสี่ยงขาลงอาจกลับไปที่จุดต่ำสุดเดิม 1260 จุด
พอร์ตลงทุน – แนะนำทยอยลดพอร์ต หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ ที่อิงการบริโภคในประเทศ เช่น แบงก์ บ้าน ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง ฯลฯ คาดราคาหุ้นจะกลับมาอ่อนตัว หลังแนวโน้มกำไรบจ.ลดลง หากเกิดกระแสเงินทุนไหลออกจากกรณี QE และอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัว เนื่องจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น และแนะนำสะสมเมื่ออ่อนตัว หุ้นอิงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ โรงแรม นิคมอุตสาหกรรม รวมถึงเก็งกำไร หุ้นพลังงาน PTTEP PTT
ทางเทคนิค : สัญญาณขายจะเกิดขึ้นอีกครั้ง หากดัชนีฯหลุดแนวรับจิตวิทยา 1300/1295 จุดลงไปในวันนี้ โดยมีแนวรับลักต่อไปที่ 1280/1260 จุด ในทางตรงกันข้าม การรีบาวด์ยังคงมีแนวต้านหลักที่ 1330/1335 จุด









