วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยกฟ้องผู้ช่วยเอ็มดีแบงก์บีบีซีทุจริตปล่อยกู้

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องอดีตผู้ช่วยกก.ผจก.ใหญ่บีบีซี คดีทุจริตใช้บัตรปล่อยสินเชื่อร่วม 30 ล้าน พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอ

เมื่อเวลา 09.30 น.ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี หมายเลขดำที่10764/2542 ที่พนักงานอัยการเศรษฐกิจและทรัพยากร1 และบีบีซี ร่วมเป็นโจทก์ที่ 1-2 ยื่นฟ้อง นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บีบีซี และนายเอกชัย อธิคมนันทะ อดีตผู้ช่วย กก.ผจก.ใหญ่ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ และพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดทรัพย์ พ.ศ.2535 จากกรณีเมื่อปี 2538 จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้บัตรพิเศษผ่านรายการ 0109 J (บัตรอิเล็กทรอนิกส์ใช้อนุมัติวงเงินสินเชื่อผ่านระบบคอมพิวเตอร์) อนุมัติสินเชื่อให้บุคคลและนิติบุคคลต่างๆ ในวงเงินเกิน 30 ล้านบาท ซึ่งฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดให้ต้องเสนอการอนุมัติวงเงินสินเชื่อ 30 ล้านบาทขึ้นไปคณะกรรมการบริหาร หรือคณะกรรมการ (บอร์ด) บีบีซี หรือคณะกรรมการอนุมัติสินเชื่อเพื่อพิจารณากลั่นกรองและต้องทำรายงานส่งกลับ ธปท.

คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.ย.50 ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสอง เนื่องจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอบ่งชี้ได้ว่าจำเลยที่ 1 และ 2 เกี่ยวข้องกับใช้บัตรพิเศษผ่านรายการ 0109 J อนุมัติสินเชื่อ เพื่อเบียดบังทรัพย์สินของบีบีซีไปเป็นของตนเอง และการกระทำของจำเลยทั้งสองสร้างความเสียหายให้กับโจทก์ร่วมแต่อย่างใด หรือแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาที่จะกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน จำเลยทั้งสองจึงยังไม่มีความผิดตามฟ้อง ต่อมาอัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองด้วย

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ส่วนนายเกริกเกียรติ จำเลยที่ 1 ศาลได้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากจำเลยเสียชีวิตแล้ว ตั้งแต่ วันที่ 20 ต.ค.55 ด้วยโรคมะเร็งในปอด ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ขณะมีอายุ 63 ปี