วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นพลังงานพุ่งสวนตลาด หลังซีเรียระอุ

หุ้นพลังงานบวกสวนตลาด หลังวิกฤติซีเรียเริ่มร้อนแรงขึ้น หุ้นไทยออยล์ นำร่อง บวก 6.79% นักวิเคราะห์ชี้ แค่เก็งกำไรระยะสั้น

จากความกังวลว่าสหรัฐอาจเข้าโจมตีซีเรีย หลังจากมีกระแสข่าวว่าโอบามาได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาล่าง เพื่อเป็นการเตือนซีเรียว่า การใช้อาวุธเคมีสังหารพลเรือนเป็นสิ่งที่นานาประเทศไม่อาจยอมรับได้ จากกรณีความขัดแย้งดังกล่าว ล่าสุดมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะเข้าไปโจมตีประเทศซีเรียส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเมื่อสถานการณ์ในซีเรีย มีความร้อนแรงมากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลและเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มน้ำมัน

ส่งผลภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ (4 ก.ย.) ดัชนีหุ้นปิดตลาดที่ระดับ 1,303.21 จุด ลดลง 12.20 จุด คิดเป็น 0.93% มูลค่าการซื้อขายรวม 3.22 หมื่นล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนภาพรวมการลงทุน โดยหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) มีความคึกคักมากที่สุด และมีมูลค่าซื้อขายสูงสุด และปิดตลาดที่ราคา 326 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาทหรือ 0.31 % บริษัท บ้านปู (banpu) ปิดตลาดที่ 295 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9 บาท หรือ 3.15 % บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (pttep) ปิดตลาดที่ 164.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.30% บริษัท ไทยออยล์ (TOP) ปิดตลาดที่ 59 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาทหรือ 6.79 % ส่วนหุ้นบริษัทซัสโก้ (susco) ปิดตลาดที่ 3.04 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท คิดเป็น 3.40%

นายธวัชชัย อัศวพรชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มพลังงานมีแรงเข้ามาเก็งกำไรค่อนข้างสูง เนื่องจากจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างซีเรียกับสหรัฐอเมริกา โดยถ้าสหรัฐอเมริกาจะเข้าไปโจมตีประเทศซีเรีย จะส่งผลกระทบทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นนักลงทุน จึงให้ความสนใจในหุ้นกลุ่มพลังงาน เพราะยังมีราคาที่ค่อนข้างถูกเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นในกลุ่มอื่น

"แรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงานมองว่าการเข้ามาเก็งกำไร และน่าจะเป็นการลงทุนระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากยังมีปัจจัยลบที่จะคอยเข้ามากดดันอีกหลายเรื่องโดยเฉพาะประเด็นการปรับลดมาตรการคิวอีสหรัฐ ดังนั้นนักลงทุนควรระมัดระวังการลงทุน"นายธวัชชัยกล่าว

บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ประเทศไทย ระบุว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนต่างราคาผลิตปิโตรเคมีส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง 1.8 -9.8 % ซึ่งเป็นการปรับตัวตามราคาน้ำมัน ปัจจุบันส่วนต่างราคาน้ำเบนซินสูงสุดในรอบ 10 ปี ซึ่งเป็นผลลบต่อกลุ่มผู้ผลิตอะโรเมติกส์ ที่ใช้โอเลฟินส์

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่เริ่มทยอยประกาศออกมาเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น จะเป็นผลบวก โดยเฉพาะดัชนีภาคการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมา และจะส่งผลให้แนวโน้มผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของภาคธุรกิจการกลั่นน้ำมันนั้น สามารถฟื้นตัวได้

บริษัทหลักทรัพย์ เคเคเทรด ระบุว่า กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันนั้นเริ่มมีสัญญาณค่าการกลั่นอ่อนตัวลงหลังหมดช่วงฤดูร้อนในสหรัฐ รวมทั้งการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปของกลุ่มประเทศมุสลิมในภูมิภาคเริ่มลดลง แต่ค่าการกลั่นเฉลี่ยในไตรมาสที่ 3 ของกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ ทั้งน้ำมันเบนซินปรับตัวขึ้น 34 % จากไตรมาสก่อน และราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวขึ้น 16% จากไตรมาสก่อน โดยตอนนี้ส่วนต่างราคาพาราไซลีนและเบนซินปรับตัวลดลง 6 % จากเดือนก่อน เป็นไปตามค่าการกลั่นที่อ่อนตัวระยะสั้น แต่ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อค่าการกลั่นของยุโรปและสหรัฐที่จะมีค่าการกลั่นกลับมาฟื้นตัว