คาดจะพลิกกลับมาเป็นกำไรใน 3Q56
3Q56 น่าจะกลับมามีกำไร 3 – 3.5 พันล้านบาท
เราประมาณการในเบื้องต้นคาดว่า TOP จะมีกำไรสุทธิ 3Q56 อยู่ที่ระดับ 3 – 3.5 พันล้านบาท พลิกจากผลขาดทุนใน 2Q56 จากการฟื้นตัวของค่าการกลั่นและการรับรู้ Stock Gain ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ว่าเราจะมีมุมมองเชิงลบต่อกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีใน 2H56 จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่ม แต่จะกระทบ TOP ไม่มากเนื่องจากเป็นโรงกลั่นครบวงจรขณะที่ค่าการกลั่นที่เพิ่มมีน้ำหนักต่อผลประกอบการมากกว่า เนื่องจาก EBITDA จากกลุ่มธุรกิจการกลั่นคิดเป็น 51 - 55% ของ EBITDA รวม (ระหว่างปี 2553 – 2555)
กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นยังแข็งแกร่ง หนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการ
แม้ช่วงปลาย 3Q56 เราจะเริ่มเห็นค่าการกลั่นอ่อนตัวลงหลังหมดช่วงฤดูร้อนในสหรัฐฯ (Driving Season) รวมทั้งการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปของกลุ่มประเทศมุสลิมในภูมิภาคเริ่มลดลง แต่ค่าการกลั่นเฉลี่ย 3Q56 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ ทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซลปรับขึ้น 34% และ 16%QoQ ตามลำดับ ขณะที่อัตราการใช้กำลังการกลั่นของ TOP จะฟื้นตัวจาก 89% มาเป็น 100% หลังไม่มีการหยุดซ่อมโรงกลั่นเหมือน 2Q56 ที่ผ่านมา
คงมุมมองเชิงลบต่อธุรกิจปิโตรเคมี 2H56
ปัจจุบันส่วนต่างราคาพาราไซลีนและเบนซีนปรับตัวลดลง 6% QoQ และ 23% QoQ ตามลำดั ขณะที่เรามองว่าส่วนต่างราคาปิโตรเคมีในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มอ่อนแอลงเนื่องจากมีผลกระทบจาก (1) ราคาน้ำมันเบนซินซึ่งเป็นต้นทุนในการผลิตปิโตรเคมีของ TOP ปรับขึ้นใน 3Q56 และ (2) กำลังการผลิตพาราไซลีนใหม่จากจีนซึ่งเป็นโครงการที่เลื่อนดำเนินการผลิตมาจากปี 2555 จะทยอยเริ่มดำเนินการผลิตในช่วง พ.ย. - ธ.ค. จะกดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ของ TOP ในช่วง 2H56 ขณะที่สถานการณ์
แนะนำ “ซื้อ”
เราเชื่อว่าราคาหุ้นที่ลดลงกว่า 17% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา เป็นไปตามทิศทางของค่าการกลั่นที่อ่อนตัวลดลงในระยะสั้น แต่เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อค่าการกลั่นในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นฤดูหนาวของยุโรปและสหรัฐฯจะทำให้ค่าการกลั่นกลับมาฟื้นตัว ราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาทำให้มี Upside Gain กว่า 30% เป็นจังหวะที่ดีในการซื้อสะสมหุ้นเพื่อรับปัจจัยบวกจากแนวโน้มผลประกอบการที่จะกลับมาแข็งแกร่งใน 2H56 (TOP จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 80 สตางค์ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 1.5% ขึ้น XD วันที่ 12 ก.ย. จ่ายเงินปันผลวันที่ 30 ก.ย.)









