วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้สศค.ชงร่างก.ม.ภาษีสิ่งแวดล้อม-ที่ดิน

"คลัง"เร่งสศค.เสนอร่างกฎหมายการจัดเก็บภาษีสำหรับผู้ปล่อยมลพิษทางน้ำ พร้อมดันร่างก.ม.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หวังสร้างความเป็นธรรมในสังคม

นายลวรณ แสงสนิท รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายแก่ สศค.ให้เร่งดำเนินการร่างกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการปล่อยมลพิษทางน้ำ ซึ่งขณะนี้ สศค.อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอให้ระดับนโยบายพิจารณาโดยเร็ว

เหตุที่ต้องเร่งผลักดันกฎหมาย 2 ฉบับดังกล่าว เนื่องจากกระทรวงการคลังเห็นว่า มีความสำคัญอย่างมาก โดยในส่วนของร่างกฎหมายสิ่งแวดล้อมด้านการปล่อยมลพิษทางน้ำ ปัจจุบันพบว่าการปล่อยน้ำเสียในประเทศมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และเห็นว่ากลไกในการควบคุมนั้น ควรจะมีเรื่องของการจัดเก็บภาษีเข้ามาร่วมด้วย

มลพิษต่อสิ่งแวดล้อมยังมีอีกหลายประเภท ซึ่งกระทรวงการคลังมีแนวคิดจะออกกฎหมายเพื่อช่วยควบคุมการปล่อยมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมในส่วนอื่นๆในอนาคต เช่นมลพิษทางอากาศ และมลพิษจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

สำหรับประเด็นที่ยังต้องหาข้อสรุปสำหรับร่างกฎหมายสิ่งแวดล้อมด้านมลพิษทางน้ำ คือ อัตราในการจัดเก็บ โดยคณะทำงานเห็นว่าต้องสามารถจูงใจให้ลดการปล่อยน้ำเสีย กล่าวคือ จะต้องเก็บอัตราภาษีที่สูงกว่าการส่งน้ำไปบำบัด

"อัตราที่จะจัดเก็บนั้น เราคิดว่าจะต้องอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายในการส่งน้ำไปบำบัดน้ำเสีย เพราะจะทำให้ผู้ปล่อยน้ำเสียเลือกวิธีการบำบัดน้ำ ที่มีต้นทุนต่ำกว่าการเสียภาษี โดยหน่วยงานที่จะเข้าไปจัดเก็บน่าจะเป็นท้องถิ่น เนื่องจากเห็นว่าภาษีที่ได้ควรนำไปบำรุงท้องถิ่นนั้นๆ"

นายลวรณกล่าวว่า กลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าข่ายต้องเสียภาษี คือ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ส่วนครัวเรือนนั้น ทางคณะทำงานมีความเห็นว่า ควรจะมีการจัดเก็บในอนาคต เพราะเป็นกลุ่มที่ปล่อยน้ำเสียมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้พบว่ามีข้อจำกัดในการจัดเก็บสูง จึงเห็นว่าควรนำร่องการจัดเก็บจากกลุ่มผู้ประกอบการก่อน

สำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นก็ให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะเห็นว่า จะทำให้เกิดความเป็นธรรม และ ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยทางคลังเห็นด้วยกับร่างกฎหมายเดิมสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล แต่ขอให้ปรับปรุงในบางส่วน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีสินทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัย โดยเห็นว่า อัตราภาษีที่จะจัดเก็บต้องเป็นอัตราที่ประชาชนยอมรับได้

"หลักคิดสำหรับร่างกฎหมายนี้จะต่างจากเดิม เพราะร่างเดิมเราให้น้ำหนักเรื่องของรายได้เป็นหลัก ทำให้มีแรงต้าน แต่ร่างปัจจุบัน คือ เราต้องการให้ประชาชนทุกคนยอมรับว่า จะต้องมีการเสียภาษีบนทรัพย์สิน แต่ในแง่ของอัตราการจัดเก็บนั้น จะต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นธรรมและทุกฝ่ายต้องรับได้ด้วย" นายลวรณกล่าว