วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 26-30 สิงหาคม 2556

เงินบาทฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 ปีครั้งใหม่

ขณะที่ ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงต่อ ท่ามกลางแรงขายของต่างชาติ หลังข้อมูลเศรษฐกิจออกมาน่าผิดหวัง


ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้


อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น


อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงปลายเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.40% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ทรงตัวที่ 2.50% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-6 ก.ย. 2556 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ธนาคารพาณิชย์จะมีการเตรียมสภาพคล่องสำหรับการนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลงวดปี 2556 ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวใกล้ระดับ 2.50%


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.72% ในวันศุกร์ พุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 3.64% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยปรับลงเล็กน้อยในวันจันทร์ ก่อนที่จะปรับพุ่งขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ จากแรงซื้อของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนและกลุ่มสถาบันการเงิน อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนปรับลดลงในวันศุกร์ หลังต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อพันธบัตรไทยอีกครั้ง


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.76% ในวันพฤหัสบดี ปรับลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 2.81% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์และอังคาร จากทั้งตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดและความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การเมืองในซีเรีย จากนั้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับเพิ่มขึ้นในวันพุธ หลังผลการประมูลพันธบัตรของสหรัฐฯ ได้รับการตอบรับไม่ดีนัก ก่อนจะทรงตัวในวันพฤหัสบดี


ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)


เงินบาทฟื้นตัวขึ้น หลังร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีครั้งใหม่ โดยเงินบาทร่วงลงอย่างหนักในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ สวนทางความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากคาดการณ์เกี่ยวกับการชะลอมาตรการ QE ของเฟด และแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางสถานการณ์ไม่แน่นอนในซีเรีย นอกจากนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงขายเช่นเดียวกับสกุลเงินเอเชียอื่นๆ ที่ได้รับแรงกดดันจากสัญญาณการไหลออกของเงินทุนอีกด้วย อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์จากปัญหาในซีเรียที่คลายความกังวลลง (เพื่อรอดูความชัดเจน) และแรงขายเงินดอลลาร์ฯ จากผู้ส่งออก/นักลงทุนเพื่อทำกำไร รวมถึงแรงขายเงินดอลลาร์ฯ บางส่วน ที่อาจจะเกี่ยวกับการดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธปท. ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับธนาคารกลางชาติเอเชียอื่นๆ


ในวันศุกร์ (30 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.14 หลังอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีใกล้ระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.91 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (23 ส.ค.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (2-6 ก.ย.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.90-32.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตาสถานการณ์ในซีเรีย และกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มของมาตรการ QE ของเฟด ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการ ข้อมูลการจ้างงาน และอัตราการว่างงานเดือนส.ค. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนก.ค. รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) ของเฟด จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดอาจจับตาตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค.ของไทยอีกด้วย อนึ่ง ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันแรงงาน


เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรอ่อนค่าลง โดยเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะกลับมาอ่อนค่าลงอย่างมาก สวนทางเงินดอลลาร์ฯ เยน และฟรังก์สวิสที่ได้รับแรงหนุนในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ (อาทิ จีดีพีประจำไตรมาส 2/2556 ของสหรัฐฯ ที่ปรับทบทวนขึ้น และการปรับตัวลงของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์) อีกด้วย อย่างไรก็ดี แรงขายเงินยูโรชะลอลงในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ ตลาดรอสัญญาณความชัดเจนของสถานการณ์ในซีเรีย


เงินเยนผันผวน โดยเงินเยนแข็งค่าขึ้นในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ตึงเครียดในซีเรีย อย่างไรก็ดี เงินเยนล้างช่วงบวกลงตั้งแต่ในช่วงกลางสัปดาห์ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาดสนับสนุนการคาดการณ์ว่า เฟดอาจเริ่มลดวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ภายใต้โครงการ QE ในเดือนก.ย. นี้


ในวันศุกร์ (30 ส.ค.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3241 เทียบกับ 1.3381 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (23 ส.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 98.24 เทียบกับ 98.74 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า


ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย


ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลงจากข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวัง ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,294.30 จุด ลดลง 3.28% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 23.57% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 38,118.33 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อย ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนสถาบันและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 329.95 จุด ลดลง 7.50% จากสัปดาห์ก่อน


ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับจากต้นปี ในช่วงต้นสัปดาห์ หลังข้อมูลการส่งออกเดือน ก.ค. ยังคงหดตัว รวมทั้งผลจากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติการณ์ในซีเรียที่กดดันให้ราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มขึ้น ก่อนที่ตลาดหุ้นจะฟื้นตัวในช่วงปลายสัปดาห์ หลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดในซีเรีย รวมทั้งข้อมูลจีดีพีสหรัฐฯ ไตรมาส 2 ที่ออกมาสดใส


สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-6 ก.ย. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวน โดยที่มีโอกาสฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ต้องติดตามข้อมูลภาคการผลิตในยูโรโซนและจีน รวมทั้งรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ การใช้จ่ายผู้บริโภค เครื่องชี้ภาคการผลิต(ISM Manufacturing) รายงานสภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) เครื่องชี้ภาคบริการ (ISM Non-Manufacturing) และการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,260 และ 1,247 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,328 และ 1,370 ตามลำดับ


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ดัชนี DJIA ปรับลดลง จากความกังวลเกี่ยวกับซีเรีย โดยเมื่อวันพฤหัสบดีดัชนี DJIA ปิดที่ 14,840.95 จุด ลดลง 1.13% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ จากความกังวลเกี่ยวกับการเมืองในซีเรีย ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ ตามราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมทั้งการที่ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 (ประมาณการครั้งที่ 2) ขยายตัว 2.5% QoQ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1


ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ดัชนี Nikkei ปรับลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับซีเรีย โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 13,388.86 จุด ลดลง 1.99% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ จากความกังวลเกี่ยวกับการปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรีย ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี จากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับซีเรียลงบางส่วน หลังความเป็นไปได้ที่จะมีปฏิบัติการทางทหารเพื่อโจมตีซีเรียปรับลดลง ก่อนที่จะปรับลดลงในวันศุกร์ ตามแรงขายของนักลงทุนก่อนวันหยุด ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในซีเรีย