วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอลิ้งค์ลั่นใน5ปีขึ้นผู้นำธุรกิจเอเชีย

ไอลิ้งค์ขอ 5 ปีขึ้นเป็นผู้นำสายวงจรเอเชีย ชูโครงการเคเบิ้ลใต้น้ำช่วยหนุนการเดินเครื่องประมูล 3 โปรเจค ลุยตลาดต่างประเทศ

นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ไอลิ้งค์ (ILINK) เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้าทำยอดขายเติบโตปีละ20-30%ต่อเนื่องในช่วง5ปีข้างหน้า และได้ตั้งเป้าจะเป็นผู้นำตลาดในการจำหน่ายอุปกรณ์สายไฟครบวงจรในภูมิภาคอินโดจีนภายใน3ปี และจะเป็นอันดับต้นๆของเอเชียใน5ปี

ทั้งนี้ เขามั่นใจว่าบริษัทจะสามารถทำกำไรปีนี้ได้ตามเป้า 150 ล้านบาท แม้จะมีกำไรในครึ่งแรกปีนี้ 48 ล้านบาท เนื่องจากครี่งปีหลังจะมีการรับรู้รายได้จากสัญญาณ ที่จะมีการขายมากขึ้น รวมถึงการรับรู้รายได้จากโครงการวางเคเบิ้ลใต้น้ำไปยังเกาะกูด เกาะหมาก จังหวัดตราด จากการเข้าไปลงทุนของ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เพาเวอร์ แอนด์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 ปีนี้

"ในปีนี้ยอมรับว่ารายได้ของบริษัทน่าจะต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งไว้ แต่เชื่อว่ากำไรนั้นจะตามเป้าหมาย โดยตัวขับเคลื่อนกำไรในครึ่งปีหลังนั้น จะมาจากโครงการวางเคเบิ้ลใต้น้ำไปยังเกาะกูด ที่จะมีมูลค่าโครงการประมาณ 1,150 ล้านบาท"

นายณัฐนัยกล่าวว่า งานต่างๆข้างต้นจะสามารถรับรู้รายได้ทันที โดยในปีนี้คาดว่าจะรับรู้รายได้ประมาณ 20-30 % จากโครงการดังกล่าว ซึ่งโดยปกติบริษัทจะมีกำไรจากการก่อสร้างดังกล่าวประมาณ20-30% ของมูลค่าโครงการ รวมไปถึงธุรกิจการขายสัญญาณที่จะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นในครึ่งปีหลัง และการเปิดให้บริการระบบดาต้าที่จะมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนจะเข้าประมูลงานอีก 3 โครงการ ได้แก่โครงการก่อสร้างสายเคเบิ้ลใต้น้ำไปยังเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มูลค่าโครงการ 807 ล้านบาท โครงการก่อสร้าง สายเคเบิ้ลไปยังเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี มูลค่าโครงการ 1,371 ล้านบาท และโครงก่อสร้างสายเคเบิ้ลใต้น้ำไปยังเกาะพร้าว เกาะนาคาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต อีก 69.50 ล้านบาท ทั้งนี้ใน 2โครงการแรกนั้น บริษัทมั่นใจว่า จะได้โครงการอย่างน้อย 1 โครงการ เพราะบริษัทมีศักยภาพแข่งขันมีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง

สำหรับแผนขยายงานในต่างประเทศนั้น ที่ผ่านมาบริษัทเน้นส่งสินค้าไปยังลาว ซึ่งได้รับผลตอบรับดี และขยายต่อไปยังพม่า เนื่องจากพม่าต้องการใช้สายอุปกรณ์โครงข่ายต่างๆจำนวนมาก เพราะรองรับการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในปลายปีนี้ บริษัทจึงเห็นโอกาสขยายตลาดส่วนนี้ โดยบริษัทวางแผนขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยได้มีการตั้งสำนักงานที่จังหวัดระยอง เพื่อรองรับการขยายตัวของกำลังซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคตะวันออกทั้งเวียดนาม ลาว และกัมพูชา