ผู้ผลิตกระเป๋าเดินทางชื่อดังของสหรัฐ "แซมโซไนต์" ระบุ มีแผนที่จะทุ่มเงินมากสุดถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อกิจการแบรนด์จีน และเอเชีย
การประกาศข้างต้นมีขึ้น หลังแซมโซไนต์แถลงว่า บริษัทมองเห็นกำไรเพิ่มขึ้น 17% ต่อปีในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ จากความสำเร็จในการสร้างความหลากหลายในแง่ของแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และตลาด
แซมโซไนต์ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดฮ่องกง ยังคาดการณ์ว่า ภายในเวลาเพียง 3 ปี จีนจะแซงหน้าสหรัฐ กลายเป็นตลาดรายใหญ่สุดของบริษัท
ประธานกรรมการบริหาร "นายทิม ปาร์กเกอร์" บอกว่า ในอดีต บริษัทเคยมองหาแบรนด์ที่จะทำให้ตัวเองกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกได้ แต่ในปัจจุบัน เขาคิดว่า จะลงไปให้ความสนใจกับแบรนด์ท้องถิ่นด้วย ซึ่งในตลาดจีนนั้น ปัจจุบันมีแบรนด์กระเป๋าเดินทางสำหรับตลาดบน อยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งได้รับความนิยมค่อนข้างดี และตลาดนี้ในจีนก็มีการแข่งขันค่อนข้างสูงด้วย
ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ แซมโซไนต์มียอดขายสุทธิเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 983.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง 37.6% ในจำนวนนี้ เป็นยอดขายที่มาจากเอเชีย และ 9.5% ของยอดขายในเอเชีย ก็มาจากตลาดจีน
การเคลื่อนไหวดังกล่าว ยังเกิดขึ้นหลังเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว บริษัทได้ตัดสินใจเก็บกระเป๋ารุ่น โตเกียว ชิค ออกจากร้านค้าทั่วโลก เมื่อได้รับแจ้งจากกลุ่มลูกค้าฮ่องกงว่า พบชิ้นส่วนที่มีสารเคมี ที่อาจทำให้เป็นมะเร็งได้ อยู่เป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ แซมโวไนต์นำหุ้นออกขายต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก หรือการทำไอพีโอ ที่ตลาดฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 และระดมทุนได้มากกว่า 225 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการเข้าจดทะเบียนในตลาดนี้ ทำให้แซมโซไนต์ได้เข้าร่วมวงกับเหล่าแบรนด์สินค้าจากตะวันตก ที่ต้องการใช้เมืองทางตอนใต้ของจีน เป็นฐานที่มั่นสำหรับการรุกเข้าตลาดเอเชียที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว







