ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จับตาความตึงเครียดซีเรีย-ตะวันออกกลาง หวั่นกระทบเศรษฐกิจ ชี้น้ำมันขึ้น 10% กดจีดีพีประมาณ 0.5-0.7%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับความรุนแรงมากขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนส.ค. 2556 ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบหลายเดือน หนุนราคาทองคำ และเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมของเงินดอลลาร์จากเดิมที่มีแรงหนุนอยู่ก่อนแล้วจากกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับการเริ่มชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของธนาคารกลางสหรัฐฯ (QE) ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 17-18 ก.ย. 2556 ที่กำลังจะมาถึงนี้
ส่วนผลกระทบต่อตลาดการเงินไทยนั้น ความกังวลต่อสถานการณ์ที่อาจจะรุนแรงมากขึ้นในซีเรียกระตุ้นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติทั้งในตลาดหุ้น-ตลาดพันธบัตรไทย และกดดันให้เงินบาทร่วงลงทะลุระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 ปี
สำหรับผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การประเมินผลกระทบสุทธิต่อตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยในปี 2556 จากประเด็นความขัดแย้งในซีเรีย ณ ขณะนี้ ยังคงทำได้ยาก เพราะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความยืดเยื้อของสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในกรณีที่หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้น 10% และหนุนให้ราคาน้ำมันในประเทศเพิ่มสูงขึ้นในอัตราเดียวกันแล้ว จะมีผลทำให้อัตราการขยายตัวของจีดีพีลดต่ำลงประมาณ 0.5-0.7% และผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.7-0.9% โดยหากทิศทางเงินบาทอ่อนค่าลงมากในช่วงเวลาเดียวกันจากแรงกดดันของกระแสเงินทุนไหลออก ก็อาจมีผลทำให้ผลกระทบต่อจีดีพีและเงินเฟ้อของไทยเพิ่มสูงขึ้น ผ่านการชะลอตัวของกำลังซื้อในประเทศด้วยอีกทางหนึ่ง









