ต่างชาติ ขายสุทธิเป็นวันที่ 8 จำนวนลดลง เป็น -890.01 ล้านบาท รวม 8 วันขายสะสม -28,324.60 ล้านบาท
คาดดัชนีฯ ลงต่อ แนวรับ 1270/1260 จุด แนวต้าน 1300/1315 จุด ความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัว กรณีการเกิดสงครามในซีเรีย จากต้นทุนน้ำมันปรับสูงขึ้น และการค้าขายชะงักงัน จะเป็นปัจจัยลบใหม่ที่ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นโลก นำโดยกลุ่มการเงิน แต่เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน และทองคำ (ทางพื้นฐาน Downside อยู่ที่ 1232-1130 จุด อิง PER 11.24x (ค่าเฉลี่ย PER -0.5SD) และ 13F EPS Growth 9-19%
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดวันนี้ ที่สำคัญๆ ได้แก่
1. ต่างชาติยังคงมุมมองเชิงลบต่อกระแสเงินทุนไหลออกจากกลุ่ม TIPs อิง Goldman Sachs ปรับประมาณค่าเงินสกุล TIPs (เงินบาท รูเปียะห์ ริงกิต) เทียบดอลล์สหรัฐฯ ช่วง 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือนข้างหน้า อ่อนค่าลงตามลำดับ โดยคาดเงินบาทอยู่ที่ 33 บาท 32.5 บาท และ 32 บาท (Vs 31.30 31.0 และ 30 บาทตามลำดับ)
2. นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการลดขนาด QE ยังคงมีโอกาสเกิดขึ้นในการประชุมเฟด 17-18 ก.ย. ส่งผล ต่างชาติมีแนวโน้มลดพอร์ตลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดหุ้นในประเทศที่มีความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง นำโดย อินเดีย อินโดนีเซีย และไทย มาเลเซีย ฯลฯ
3. วิตกการเกิดสงครามในซีเรีย (+ PTTEP –กลุ่มสายการบิน รับเหมาก่อสร้าง ดูรายละเอียดหน้า 2) – วานนี้ ตลาดหุ้นโลกลดลง 0.79-2.42% ราคาทองคำ+1.95% น้ำมันดิบ +2.9-3.2% หลังจากมีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นว่าการโจมตีซีเรียจะเกิดขึ้น ขณะที่ประเทศจำนวนมาก รวมถึงอังกฤษ, ฝรั่งเศส, แคนาดาและสันนิบาตอาหรับเข้าร่วมกับสหรัฐ ในการเรียกร้องให้มีการโจมตีกองกำลังของปธน.อัสซาดของซีเรีย ดัชนีความผันผวนในช่วง 2 วันที่ผ่านมาพุ่งขึ้นมากกว่า 20% ซึ่งสะท้อน ถึงความวิตกของนักลงทุน นายชัค ฮาเกล รมวกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า กองทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง พร้อมที่จะโจมตีซีเรีย หากประธานาธิบดีบารัค โอบามาสั่งการ
ทางเทคนิค : ระยะสั้น ดัชนีฯ ลดลงมาสร้างจุดต่ำสุดใหม่ตามคาดการณ์ ที่ 1290.27 จุด (ต่ำสุดตั้งแต่ 26/11/55) อย่างไรก็ดี การสร้างสถิติต่ำสุดใหม่ คาดว่าจะมีต่อเนื่องตลอดสัปดาห์นี้โดยระดับที่อาจเป็นจุดลุ้นรีบาวด์รอบนี้ อยู่ที่ 1260/1230 จุด จากอิทธิพลของแรงกดของกรอบขาลง Down Channel ใหญ่ 1200-1450 จุด









