วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราชบุรีฯเตรียมทบทวนแผนธุรกิจใหม่ก.ย.นี้

ราชบุรีโฮลดิ้ง เตรียมทบทวนแผนธุรกิจใหม่ ก.ย.นี้ ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 1.2 หมื่นเมกะวัตต์ภายในปี 63

นายพงษ์ดิษฐ พจนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า ในเดือนก.ย. นี้บริษัทจะมีการประชุมเพื่อจัดทำแผนธุรกิจใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ให้บริษัทมีความมั่นใจในการเติบโตมากกว่าในอดีตที่ใช้เวลา 12 ปี เติบโต 3 เท่าตัว ทั้งในแง่ของกำลังการผลิตและสินทรัพย์ โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1.2 หมื่นเมกะวัตต์ ภายในปี 2563 จากแผนเดิมที่บริษัททำไว้ในปี 2559 จะมีกำลังการผลิต 7.8 พันเมกะวัตต์ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น เพราะผู้ถือหุ้นก็มีความคาดหวังให้บริษัทมีการเติบโตที่สูง โดยคาดว่าแผนธุรกิจใหม่จะเสร็จในไตรมาส 4/2556

สำหรับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ยังเน้นลงทุนโครงการที่ใช้เชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทน ซึ่งรูปแบบการลงทุนจะปรับให้สมดุลระหว่างการพัฒนาโครงการใหม่และการซื้อกิจการให้มีสัดส่วนเท่าๆ กัน เนื่องจากโครงการใหม่ต้องใช้เวลาพัฒนา 5-6 ปีกว่าจะรับรู้รายได้ แต่การซื้อกิจการสามารถรับรู้รายได้เข้ามาทันที แต่อาจจะต้องมีการใช้เงินลงทุนที่มากกว่า เพราะกิจการที่เข้าไปซื้อเป็นกิจการที่มีการดำเนินงานแล้ว ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้บริษัท มีการเติบโตมั่นคง โดยบริษัท มีเป้าหมายที่จะเพิ่มการลงทุนในต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นอันดับแรก เพราะสามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายกลับมายังประเทศไทย เสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ และช่วยรักษาอัตราค่าไฟฟ้าไม่ให้สูงมากเกินไป เพราะในอนาคตแนวโน้มค่าไฟฟ้าจะมีการปรับตัวสูงขึ้น จากปัจจุบันที่ประชาชนจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 3.50 บาทต่อหน่วย ซึ่งเห็นได้จากผู้ที่เข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ IPP ได้มีการเสนอราคาขายไฟฟ้าอยู่ที่ 4.23 บาทต่อหน่วย

นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการโรงไฟฟ้า ได้แก่ ระบบขนส่ง ซึ่งขณะนี้มีความสนใจเข้าไปลงทุนในกัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 1/2557 ส่วนการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศใหม่ๆ ก็จะมี พม่า กัมพูชา อินโดฯ ฟิลิปปินส์ และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้รัฐบาลไทยกับพม่าอยู่ระหว่างการเจรจาให้บริษัทไทยเข้าไปลงทุน โดยหากทราบผลแล้วทางกฟผ. จะเป็นผู้จัดสรรว่าจะให้บริษัทในเครือใดเข้าไปลงทุน ส่วนที่ญี่ปุ่น จะเป็นการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีความชัดเจนในไตรมาส 4/2556 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาว่าจะเข้าไปซื้อโรงไฟฟ้าหรือพัฒนาขึ้นเอง