วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 19-23 สิงหาคม 2556

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 ปี ก่อนฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ ขณะที่ ตลาดหุ้นไทยปรับร่วงลงกว่า 7% ขณะที่ต่างชาติเทขาย 2.5 หมื่นล้าน

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้


อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น


อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.40% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ทรงตัวที่ 2.50% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26-30 ส.ค. 2556 ธนาคารพาณิชย์จะมีการเตรียมสภาพคล่องรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวใกล้ระดับ 2.50%


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.64% ในวันศุกร์ พุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 3.55% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ หลังข้อมูลจีดีพีไตรมาส 2/2556 ออกมาน่าผิดหวัง ก่อนที่จะปรับพุ่งขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.88% ในวันพฤหัสบดี ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 2.83% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการปรับลดขนาดการซื้อพันธบัตรของเฟด ก่อนที่จะปรับลงในวันอังคารจากเงินไหลออกจากตลาดเกิดใหม่เข้าสู่พันธบัตรสหรัฐฯ จากนั้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 2 ปี หลังบันทึกการประชุมเฟดบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่เฟดเกือบทั้งหมดเห็นด้วยกับการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ หากพัฒนาการของเศรษฐกิจเป็นไปตามคาด


ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)


เงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ก่อนฟื้นตัวขึ้นปลายสัปดาห์ โดยเงินบาทเผชิญแรงเทขายอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของสัปดาห์ (สอดคล้องกับเงินเอเชียอื่นๆ ที่นำการร่วงลงโดยเงินรูเปียห์อินโดนีเซีย และรูปีอินเดีย) ท่ามกลางความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ฯ ที่ได้รับแรงหนุนจากกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับการชะลอมาตรการ QE ของเฟดในการประชุม FOMC เดือนก.ย. (นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 2.48 หมื่นล้านบาท และ 2.47 หมื่นล้านบาทในระหว่างสัปดาห์ ตามลำดับ) นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ของไทยที่อ่อนแอ และความต้องการเงินดอลลาร์ฯ จากกลุ่มผู้นำเข้าอีกด้วย อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อทำกำไรของนักลงทุน


ในวันศุกร์ (23 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.90 หลังอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีใกล้ระดับ 32.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.22 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (16 ส.ค.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (26-30 ส.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตาสัญญาณจากผลการประชุมนโยบายการเงินประจำปีของเฟด สาขาแคนซัสซิตี้ที่เมืองแจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง (สิ้นสุด 24 ส.ค.) ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเขตชิคาโกเดือนส.ค. ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้-รายจ่ายส่วนบุคคลเดือนก.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือนมิ.ย. ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 2/2556 (ประกาศครั้งที่ 2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดอาจจับตาข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ และรายงานเครื่องชี้เศรษฐกิจเดือนก.ค.ของไทยอีกด้วย


เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรปรับตัวอย่างผันผวน โดยเงินยูโรแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะลดช่วงบวกกลับมาทั้งหมดในช่วงกลางสัปดาห์ หลังตลาดตีความรายงานการประชุม FOMC ในเดือนก.ค.ของเฟดว่า เฟดยังคงมีแผนที่จะปรับลดโครงการซื้อสินทรัพย์ลงในเดือนก.ย.นี้ อย่างไรก็ดี เงินยูโรฟื้นตัวขึ้นได้อีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนส.ค.ของยูโรโซนที่ปรับตัวขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้


เงินเยนอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ท่ามกลางแรงหนุนของเงินดอลลาร์ฯ จากการคาดการณ์เกี่ยวกับการลดขนาดมาตรการ QE ของเฟด นอกจากนี้ ผลต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นปัจจัยกดดันเงินเยนด้วยเช่นกัน


ในวันศุกร์ (23 ส.ค.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3354 เทียบกับ 1.3329 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (16 ส.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 98.98 เทียบกับ 97.52 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า


ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย


ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลงต่อเนื่อง จากแรงขายของต่างชาติ ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,338.13 จุด ลดลง 7.44% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 22.16% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 49,872.53 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 356.70 จุด ลดลง 10.23% จากสัปดาห์ก่อน


ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงต่อเนื่องโดยยังคงได้รับแรงกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ในขณะที่ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2556 ออกมาน่าผิดหวัง โดยขยายตัวเพียง 2.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 0.3% จากไตรมาสก่อนหน้า


สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26-30 ส.ค. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวน โดยที่ต้องจับตาแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ และรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เครื่องชี้ราคาที่อยู่อาศัย จีดีพีไตรมาส 2/2556 (Second est.) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Mich. Consumer Sentiment Index) ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,325 และ 1,260 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,379 และ 1,398 ตามลำดับ


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ


ดัชนี DJIA ปรับลดลง จากความกังวลเกี่ยวกับการปรับลดขนาดการซื้อพันธบัตรของเฟด โดยเมื่อวันพฤหัสบดีดัชนี DJIA ปิดที่ 14,963.74 จุด ลดลง 0.98% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบางก่อนการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟด อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี หลังข้อมูล PMI ภาคการผลิตของยูโรโซน และจีนเดือนส.ค.ออกมาดี


ตลาดหุ้นญี่ปุ่น


ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้นจากข้อมูลภาคการผลิตของจีนและยูโรโซนออกมาดี โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 13,660.55 จุด เพิ่มขึ้น 0.08% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน ก่อนที่จะปรับร่วงลงในวันอังคารจากความกังวลเกี่ยวกับการปรับลดขนาดการซื้อพันธบัตรของเฟด จากนั้น ตลาดฟื้นตัวในวันพุธโดยมีแรงซื้อทางเทคนิค ก่อนที่จะปรับลดลงต่อในวันพฤหัสบดี จากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินทุนไหลออกจากภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ โดยมีแรงซื้อกลับจากนักลงทุน หลังเครื่องชี้ภาคการผลิตในจีน และยูโรโซนออกมาดี