บอร์ด กสท.เห็นชอบร่างหนังสือเชิญชวนประมูล"ทีวีดิจิทัล" ธุรกิจ 24 ช่อง เปิดขายซอง 10-12 ก.ย.นี้ คาดเริ่มประมูลเร็วสุดธ.ค.นี้ ช้าสุดม.ค57
ภายหลัง ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. 2556 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนต่างๆ ในการเตรียมประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทบริการธุรกิจ 24 ช่อง ประกอบด้วยช่องเด็ก 3 ช่อง , ช่องข่าว 7 ช่อง ,ช่องวาไรตี้ 7 ช่อง และช่องเอชดี 7 ช่อง
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่าการประชุมบอร์ด กสท.วานนี้ (19 ส.ค.) ได้พิจารณาและ "เห็นชอบ" หนังสือเชิญชวน (Information Memorandum :IM) การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล และประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ประเภทบริการธุรกิจ 24 ช่อง
สำหรับ "ขั้นตอนการเชิญชวน" จะออกหนังสือเชิญชวน วันที่ 27 ส.ค. 56 ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาต วันที่ 3 ก.ย.56 เริ่มจำหน่ายเอกสาร (ซอง) การประมูลที่ราคาซองละ 1 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระหว่างวันที่ 10-12 ก.ย.56 พร้อมประกาศอัตราค่าเช่าบริการโครงข่าย (Mux) ภายในเดือน ก.ย.56 ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวการขอรับใบอนุญาต หลังการจำหน่ายเอกสารการประมูล หรือการกรอกแบบฟอร์มเอกสารการประมูล ในวันที่ 15 ต.ค. 56
หลังจากนั้นเป็น "ขั้นตอนการพิจารณาคุณสมบัติ" ประกอบด้วย การยื่นเอกสารเพื่อเข้าร่วมประมูล ในวันที่ 28-29 ต.ค.56 ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมประมูล ภายใน 45 วัน หลังสิ้นสุดเวลาการยื่นแบบคำขอเข้าร่วมประมูล คาดจะอยู่ในช่วงปลาย พ.ย.56
คาดประมูลช้าสุดไม่เกินม.ค.57
จากนั้นเป็น "ขั้นตอนการชี้แจงรายละเอียดการประมูลและการสาธิตและทดลองการประมูล" ภายใน 15 วัน หลังประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสัมบัติเพื่อเข้าร่วมประมูล คาดอยู่ในช่วง กลาง ธ.ค.56
ต่อไปเป็น "ขั้นตอนการประมูล" โดยจะเริ่มประมูล ภายใน 30 วัน หลังประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมการประมูล หรืออยู่ในช่วงกลางเดือน ม.ค.57 จากนั้นเป็นการประกาศรับรองผลการประมูล ภายใน 15 วันหลังสิ้นสุดการประมูล หรือช่วงปลาย ม.ค.57
พ.อ.นที กล่าวเพิ่มเติมว่าขั้นตอนดังกล่าวเป็นการดำเนินการ ที่กำหนดตามกรอบ หรือขั้นตอนการประมูลกรณีช้าที่สุด จะประมูลได้ในช่วง "กลางเดือน ม.ค.57" หลังจากนั้นผู้ประกอบการที่มีความพร้อมจะเริ่มออกอากาศ ช่องรายการได้ภายใน 30-45 วัน หรือราวเดือน มี.ค.57
กรณีการพิจารณาขั้นตอนต่างๆ ได้เร็วกว่ากรอบเวลา คาดจะเริ่มประมูลได้ในช่วง กลาง ธ.ค. 56 คาดผู้ชนะการประมูลจะเริ่มออกอากาศช่วงปลายเดือน ม.ค.57
ออนแอร์ 30ช่องมี.ค.ปีหน้า
ขั้นตอนการประมูลทีวีดิจิทัล ทั้ง 24 ช่อง ยังเป็นไปตามกรอบเดิมคือในช่วงไตรมาส4 ปีนี้ หากการพิจารณาตามขั้นตอนต่างๆ ทำได้เร็วกว่ากรอบเวลา อาจจะเห็นการประมูลในเดือน ธ.ค.ปีนี้ แต่เลื่อนการประมูลจากกำหนดเดิมที่กำหนดไว้ในเดือน ต.ค.นี้
"กสทช. เข้าใจว่าประชาชนรอทีวีดิจิทัล แต่ที่ผ่านมาได้พยายามทำงานกระบวนการต่างๆ อย่างรวดเร็ว ตามความคาดหวังของทุกภาคส่วน แต่การทำงานทุกอย่างต้องรอบคอบ โปร่งใสและเป็นธรรม" พ.อ.นที กล่าว
ทั้งนี้ หลังขั้นตอนการประมูลทีวีดิจิทัลจบลง จะมีช่องรายการทั้งธุรกิจและทีวีสาธารณะ ออนแอร์ประมาณ 30 ช่อง ราวเดือน มี.ค.57 เลื่อนจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ โดยช่องทีวีดิจิทัล สาธารณะ ที่มีความพร้อม จะได้รับการพิจารณาให้ใบอนุญาตก่อน
เอ็มโอยู 31องค์กรทดลองเครื่องส่งวิทยุ
พ.อ.นที กล่าวอีกว่าวานนี้ กสทช.ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU)กับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทดสอบมาตรฐานทางเทคนิค อาทิ สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย หน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ รวม 31 องค์กร ทั่วประเทศ เพื่อเป็นหน่วยงานให้ผู้ทดลองประกอบกิจการนำเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงและอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกอากาศ มาใช้ตรวจสอบมาตรฐานตามที่ กสทช.กำหนด
ปัจจุบันมีสถานีทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงในแต่ละภูมิภาคของประเทศที่ได้ลงทะเบียนกับ กสทช.ไว้แล้วกว่า 6,000 สถานี และได้รับใบอนุญาตให้ทดลองประกอบกิจการแล้วกว่า 2,500 สถานี โดยสามารถไปทดสอบมาตรฐานเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง ตามหน่วยงานทั้ง 31 แห่งประกอบด้วย พื้นที่กรุงเทพฯ 11 แห่ง ,ภาคกลาง 5 แห่ง ,ภาคตะวันตก 2 แห่ง , ภาคตะวันออก 1 แห่ง ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 แห่ง ,ภาคเหนือ 3 แห่ง และภาคใต้ 4 แห่ง
"ความร่วมมือดังกล่าวจะก่อนให้เกิดผลดี เนื่องจากเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ทดลองประกอบกิจการกระจายเสียง เพื่อนำเครื่องส่งไปทดสอบมาตรฐานทางเทคนิค และไม่ก่อนให้เกิดการแพร่กระจายคลื่นความถี่วิทยุไปรบกวนวิทยุโทรคมนาคมอื่นๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางการบิน" พ.อ.นที กล่าว
การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตาม ประกาศ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ.2555 ซึ่งกำหนดให้ผู้ทดลองประกอบกิจการ จะต้องยื่นขอรับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับจากวันได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการ ทั้งนี้ เครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงต้องมีลักษณะทางเทคนิคตามมาตรฐานที่ กสทช.กำหนด









