วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

RS : ซื้อ

ราคาหุ้นอ่อนตัวลงตามภาวะตลาด ขณะที่คาดกำไร 2H56 ยังแกร่ง

ประเด็นข่าว


ราคาหุ้นตกจากช่วง 1Q56 ราว 33% วานนี้ราคาหุ้น RS ปรับตัวลงอีก 2% ปิดที่ 8.10 บาทลดลงกว่า 33% จากปลาย 1Q56 ที่ราคาอยู่ที่ระดับ 11 – 12 บาท ซึ่งเป็นช่วงที่นักลงทุนคาดหวังการเติบโตจากสื่อทีวีดาวเทียมและโอกาสเข้าประมูลทีวีดิจิทัล เราเห็นว่าราคาหุ้น RS ที่ปรับตัวลงมากขณะที่ผลประกอบการ 2H56 ของ RS จะยังเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องจากแรงหนุนของการเติบโตของธุรกิจสื่อทีวีดาวเทียม และสื่อวิทยุ ยังคงคาดกำไรปี 2556 เติบโตโดดเด่น


ผลกระทบ


สื่อทีวีดาวเทียมยังแข็งแกร่ง RS มีช่องรายการในทีวีดาวเทียมที่ได้รับความนิยมสูงหลายช่อง ได้แก่ ช่อง 8 (อันดับ 1 ช่องวาไรตี้) ช่องสบายดีทีวี (อันดับ 1 ช่องเพลง) ช่องยูแชนแนล (อันดับ 2 ช่องเพลง) และ ช่องสตาร์แมกซ์ (อันดับ 5 ช่องวาไรตี้) ในปลายปีนี้ RS เตรียมเปิดช่องทีวีดาวเทียมเพิ่มอีก 1 ช่อง คือ ช็อป 77 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มโฮมช็อปปิ้งเราคาดรายได้จากธุรกิจสื่อทีวีดาวเทียมของ RS ใน 2H56 จะเติบโต 72% YoY


สื่อวิทยุเติบโตต่อเนื่อง เดิม RS มีคลื่นวิทยุ Cool FM93.0 เพียงคลื่นเดียวที่ได้รับความนิยมสูงติดอันดับ 1 ในกลุ่ม Easy Listening แต่ปัจจุบัน RS มีคลื่น FM 88.5 สบายดี เรดิโอ ที่เพิ่งเริ่มกลางปี 2555 ที่ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 2 ในกลุ่มเพลงลูกทุ่งแล้ว รวมทั้งยังมีคลื่น FM 91.5 Cool Celsius ซึ่งจัดเป็นกลุ่มเพลงสากล เริ่มเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ความนิยมที่ปรับเพิ่มขึ้นทำให้เราคาดรายได้จากธุรกิจสื่อวิทยุของ RS ใน 2H56 จะเติบโต 58% YoY


สื่อได้รับความนิยมสูงได้รับผลกระทบน้อย RS ใช้กลยุทธ์การปรับลดราคาขายโฆษณาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวประกอบกับสื่อทีวีดาวเทียมและสื่อวิทยุที่มีสัดส่วนรายได้รวมกันเป็นประมาณ 50% ของรายได้รวมยังมีความต้องการซื้อในระดับสูงเพราะมีเรตติ้งทีดี ทำให้เราคาดกำไรในช่วงครึ่งปีหลังจะยังทรงตัวสูงที่ 185 ล้านบาท เติบโต 38% YoY และคงประมาณการกำไรของปีนี้ที่ 363 ล้านบาท


คำแนะนำ


มองเป็นโอกาสเข้าลงทุน ผลประกอบการงวด 2H56 ยังมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องจากการเติบโตของธุรกิจสื่อทีวีดาวเทียมและสื่อวิทยุ นอกจากนี้ ยังเป็น 1 ในผู้ที่จะได้โอกาสจากการเข้าร่วมประมูลช่องทีวีดิจิทัลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าอีกด้วย เรายังคงประเมินมูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 12.50 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ”