วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซีเอสเอสเคาะราคาไอพีโอ3บ. ส่วนลด50%

คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น เคาะราคาขายไอพีโอ 3 บาทให้ส่วนลด 49.80% เปิดจองซื้อ 26-28 ส.ค.นี้

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ซีเอสเอส (CSS) เปิดเผยว่าบริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 200 ล้านหุ้น แบ่งเป็นเสนอขายให้ประชาชน 190 ล้านหุ้น และเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร
และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยจำนวน 10 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาหุ้นละ 3 บาท

เขากล่าวว่าราคาข้างต้นถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท มีส่วนลดให้นักลงทุนสูงถึง 49.80% เมื่อเทียบกับสัดส่วนราคาเทียบกำไร(P/E) เฉลี่ยของหมวดพาณิชย์และบริษัทจดทะเบียน ที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจของบริษัท ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งอยู่ที่ 26.65 เท่า โดยจะเปิดให้จองซื้อหุ้นระหว่าง 26-28 ส.ค.นี้

ทั้งนี้นายสมภพคาดว่าซีเอสเอสสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 3 ก.ย.นี้ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า CSS โดยมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 7 แห่ง ประกอบด้วย บล. คันทรี่ กรุ๊ป ,บล. เคจีไอ (ประเทศไทย) , บล. ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) , บล. ไทยพาณิชย์ , บล. โนมูระ พัฒนสิน, บล.เอเซีย พลัส และบล. อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย)

"ที่ผ่านมาเราโรดโชว์ 4 จังหวัด คือ หาดใหญ่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ซึ่งนักลงทุนตอบรับที่ดีมาก เนื่องจากธุรกิจบริษัทแข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตโดดเด่นมาก การกำหนดราคาขายหุ้นไอพีโอซีเอสเอสครั้งนี้ ถือเป็นระดับราคาเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และศักยภาพเติบโตจากธุรกิจให้บริการติดตั้งระบบโทรคมนาคมยังเติบโตต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่านักลงทุนสนใจมากและจะสร้างผลตอบแทนน่าพอใจให้ด้วย"นายสมภพกล่าว

ด้านนายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารซีเอสเอส เปิดเผยว่าเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอีกทางหนึ่ง ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ยินดีที่จะไม่นำหุ้นในส่วนที่ไม่ติดป้ายห้ามซื้อขาย ( Silent Period) หรือในส่วนอยู่นอกไซเลนท์มาขายในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นนักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม จะไม่นำหุ้นของบริษัทออกขายในตลาดหลักทรัพย์ในวันแรกที่หุ้นเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อย่างแน่นอน

เขากล่าวด้วยว่าบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ไปใช้ลงทุนก่อสร้างคลังสินค้าและอาคารสำนักงานแห่งใหม่และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเพิ่มศักยภาพบริษัทให้แข็งแกร่ง และมีอัตราเติบโตดีในอนาคต เพราะปริมาณความต้องการของลูกค้ายังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวทั้งภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจโทรคมนาคมภายในประเทศ