นายแบงก์มองแนวโน้มค่าเงินบาทไม่ร่วงแรงเหมือนค่าเงิน "รูปี-รูเปียห์" เหตุพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแกร่ง ทุนสำรองสูง
จากกรณีที่มีนักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์ ออกมาแสดงความเป็นห่วงว่าค่าเงินบาทของไทยจะอ่อนค่าหนักเหมือนกับเงินรูปี อินเดีย และ รูเปียห์ ของอินโดนีเซีย เนื่องจากผลกระทบที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตร โดยผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย นายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี มองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทจะไม่รุนแรงเหมือนกับสองเงินสกุลดังกล่าว เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศยังมีอยู่สูง และไทยเพิ่งเริ่มขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้ แตกต่างจากอินโดนีเซีย ที่มีปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเรื้อรังมานาน จึงมั่นใจว่าสถานการณ์เงิน
ส่วนแนวโน้มเงินบาทในระยะยี้ ยังอ่อนค่าต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติลดขนาดการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรของไทย และหันไปเก็งกำไรเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ยังไม่กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการชะลอมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง หรือQE
ขณะที่นักบริหารเงิน คาดว่า แนวโน้มเงินบาทวันนี้มีโอกาสอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ 32 - 32.20 บาท/ดอลลาร์






