วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ให้ & คนดี โจทย์ซีเอสอาร์ บ้านอยู่สุข ยูนิลีเวอร์

ที่ผ่านมาเสียงส่วนใหญ่ของสังคมไทยบอกว่า ขอเลือก "คนดี" ถ้าหากให้ต้องเลือกระหว่าง "คนดี"กับ "คนเก่ง"

ขณะเดียวกัน สำหรับปุถุชนคนไทยแล้วคำว่า "บ้าน" นั้นมีความหมายที่ยิ่งใหญ่


ในที่สุดทางกลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ในประเทศไทย จึงได้เชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น จนเกิดกลายเป็นกิจกรรมซีเอสอาร์ที่ชื่อว่า "บ้านอยู่สุข 80 พรรษาบรมราชินีนาถ 80 ปียูนิลีเวอร์"


โดยการสร้างบ้าน 80 หลังเพื่อมอบให้กับ 80 คนดีต้นแบบที่ไร้บ้าน ขณะที่ดำรงตนเป็นคนดีของสังคม


"แรงบันดาลใจสำคัญของโครงการนี้ก็คือ พระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมุ่งปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของราษฎร เพื่อให้ราษฎรอยู่ดีกินดี " บาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ในประเทศไทย กล่าว


ทั้งนี้เมื่อโครงการที่เสร็จสมบูรณ์ บริษัทฯจะถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา


อีกวัตถุประสงค์หนึ่งก็คือ เพื่อเฉลิมฉลองวาระที่ ยูนิลีเวอร์ฯ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 80 ปีพอดิบพอดี
บาวเค่อ ราวเออร์ส บอกว่า บ้านอยู่สุข ฯ ถือเป็นการตอบแทนประเทศไทยซึ่งถือว่าเป็นบ้านหลังใหญ่อีกหลังหนึ่งของยูนิลีเวอร์ฯ


"จากการสำรวจใน 21 ล้านครัวเรือนในประเทศไทย จะพบว่าในทุกๆ ครอบครัวนั้นมีผลิตภัณฑ์ยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 1 ชิ้น ดังนั้นสำหรับยูนิลีเวอร์แล้ว เมืองไทยจึงถือเป็นบ้านหลังใหญ่ที่เรามีความผูกพันมากเกินกว่าแค่การทำธุรกิจ ตรงกันข้ามเราเป็นส่วนหนึ่งของบ้านทุกหลังในสังคมไทย"


อย่างไรก็ดี ความดีคงไม่อาจสร้างโดยลำพัง โครงการนี้ของยูนิลีเวอร์ฯ ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย สภากาชาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ช่วยกันคัดเลือกหาคนดีที่ไร้บ้านในทุกๆ จังหวัดทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศไทย


สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก มีดังต่อนี้ 1.ต้องดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม จนเป็นที่ประจักษ์ของชุมชน 2.ต้องเป็นครอบครัวที่มีสมาชิกทุกคนประพฤติดี ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคม 3.ต้องมีสมาชิกที่ประกอบสัมมาชีพด้วยความขยันหมั่นเพียร หากไม่ได้ประกอบอาชีพจะต้องเป็นเด็ก นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ 4.ต้องเป็นเป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจนมีรายได้ต่อตนต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท ขาดที่อยู่อาศัยคงทนถาวร และ 5. ต้องเป็นครอบครัวที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข สิ่งเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด


นอกจากนี้ โครงการยังได้บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด มหาชน หรือ เอสซีจี เข้ามาช่วยในเรื่องการออกแบบและแนะนำการก่อสร้าง ซึ่งอยู่ภายใต้แนวคิด "การดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน" (sustainable living begins at home) บ้านอยู่สุขฯ มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 45- 60 ตารางเมตร สำหรับ 4 - 6 คน เน้นความโปร่งและเย็นสบาย ด้วยตัวบ้านที่ยกสูง มีใต้ถุน มีระเบียงบ้าน ภายใต้งบก่อสร้าง 350,000 บาทต่อหลัง


จนถึงวันนี้ ยูนิลีเวอร์ได้ทำการมอบบ้านอยู่สุขฯไปให้คนดีต้นแบบชาวไทยแล้วจำนวน 58 หลัง และคาดว่าจะดำเนินการสร้างและส่งมอบบ้านอยู่สุขอีก 22 หลังให้ครบภายในเดือนสิงหาคม


เมื่อพิจารณาถึงแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ทั้งหมดแล้ว บ้านอยู่สุขฯ จึงถือเป็นกิจกรรมการ "ให้" เพื่อสังคมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปีของยูนิลีเวอร์ฯ ก็ว่าได้


สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานกรรมการกลุ่มธุรกิจอาหารและไอศครีม บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า นี่คือ การให้เพื่อหวังขยายผลเพิ่มพูนจำนวนคนดีในสังคมไทย และเธอเชื่อว่านี่ก็คือวิถีที่ยั่งยืนด้วย


"เราหวังให้โครงการบ้านอยู่สุขฯ สะท้อนถึงการทำดีต้องมีคนเห็น มีผลตอบแทนในการทำความดี เป็นโครงการที่ช่วยจุดประกายให้คนไทยยืดหยัดในการทำความดี"


แต่ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ กิจกรรมการให้บ้านอยู่สุข ยังมีส่วนบ่มเพาะจิตสำนึกของพนักงานยูนิลีเวอร์ฯในเรื่องของการให้


แน่นอนคำว่า "ให้" อย่างไรเสียก็ย่อมต้องส่งผลดีต่อทั้งองค์กร สังคม ประเทศชาติ


และเนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ ที่ต้องอาศัยความร่วมไม้ร่วมมือจากหลายๆ หน่วยงาน คำถามก็คือ อะไรคือความยากลำบาก?


คำตอบของผู้บริหารทั้งสองที่น่าอัศจรรย์ ก็คือ เป็นเรื่องของการให้ที่มากเกินกว่าเป้าหมาย เกินกว่าความคาดหวัง
ทั้งนี้ก็เพราะยูนิลีเวอร์ฯได้มีการเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจร่วมกันบริจาคของใช้ภายในบ้านให้กับผู้ได้รับมอบบ้านอยู่สุขฯ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าคนไทยนั้นใจดีและก็ได้ช่วยกันบริจาคข้าวของเครื่องใช้มากมายมหาศาล มากเสียจนเรียกได้ว่าแทบจะล้นทะลักโกดังที่จัดเก็บเลยทีเดียว


แม้ถือเป็นเรื่องความท้าทาย ไม่ว่าจะมากไปหรือน้อยไป ถึงอย่างไร "ให้" ย่อมต้องดีกว่า "ไม่ให้" อยู่ดี

------------------

อีก 8 การให้

กิจกรรมภายใต้โครงการบ้านอยู่สุขฯ อีกหนึ่งโครงการซึ่งยูนิลีเวอร์จัดขึ้นนำร่องเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็คือ “หนึ่งล้านการให้ เพื่อบ้าน เพื่อเมืองไทย” ที่ประกอบไปด้วย 8 การให้ ดังนี้


1.ให้กอด ให้ไออุ่นทั่วไทยด้วยการบริจาค 80 บาท แลกหนึ่งกอดจากดาราชื่อดัง และหนึ่งผ้าห่มให้แก่ผู้ยากไร้
2.ให้อิ่ม ร่วมแบ่งปันมื้ออร่อยที่อิ่มทั้งกายอิ่มทั้งใจ ให้แก่บ้านเด็กราชวิถี และบ้านพักคนชราบางแค
3.ให้เด่ะ ลดการใช้ให้โลกพักเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการประมูลผลิตภัณฑ์อีโคจากเหล่าดาราหัวใจสีเขียว นำทีมโดย ปิ๊ป รวิชญ์ เทิดวงส์
4.ให้ใจ ร่วมด้วยช่วยกันถักหมวกไหมพรม พับนก พับดาว พร้อมเขียนข้อความส่งให้กำลังใจผู้ป่วยโรคมะเร็ง เอดส์ และเด็กอ่อนตามโรงพยาบาลและพระภิกษุ หรือจะเลือกบริจาคอวัยวะกับสภากาชาดไทย
5.ให้แรง ร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมแรง แพ็คถุง “อยู่สุข” เพื่อส่งมอบให้กับ 80 ชุมชนทั่วประเทศ
6.ให้โอกาส สร้างความรู้คู่จินตนาการ ด้วยการชวนอาสาสมัครอ่านหนังสือให้คนตาบอด
7.ให้สุข ร่วมสร้าง 60 ล้านรอยยิ้มแห่งความสุขให้เมืองไทยเป็นสยามเมืองยิ้มอีกครั้ง โดยการถ่ายรูปส่งผ่านเฟสบุ๊ค หรืออินสตราแกรม พร้อมติด hashtag #ให้สุข
8. ให้ป่ะ ชวนคนไทยฟังธรรมจากพระอาจารย์ภาสกร ภูริวฑฺฒโนให้ความขัดแย้งเสื่อมคลายพร้อมให้อภัยทาน