วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย2.50%ตามคาด

กนง.ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.50% มติ 6:1 มองเศรษฐกิจโลกค่อยๆดีขี้น

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 21 สิงหาคม 2556 ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ รวมทั้งแนวโน้มในระยะต่อไป เพื่อกำหนดนโยบายการเงินที่เหมาะสม โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้

เศรษฐกิจโลกโดยรวมมีแนวโน้มค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวได้ตามการฟื้นตัวของภาคการผลิตและภาคที่อยู่อาศัย รวมทั้งฐานะการเงินของภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป เศรษฐกิจจีนชะลอลงในไตรมาสที่ 2 แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่ามีสัญญาณปรับดีขึ้น เศรษฐกิจกลุ่มยูโรมีเสถียรภาพมากขึ้นและมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้าๆ แต่อาจต้องใช้เวลา เนื่องจากฐานะการเงินของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจยังอ่อนแอ

สำหรับเศรษฐกิจเอเชีย อุปสงค์ภายในประเทศชะลอลง แม้เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวของการส่งออกในบางประเทศแต่การส่งออกโดยรวมยังคงอ่อนแอ

เศรษฐกิจไทยชะลอลงต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 ใกล้เคียงกับที่คาดไว้ในการประชุมครั้งก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวดยานยนต์และกลุ่มสินค้าคงทน จากผลของมาตรการรถคันแรกที่ทยอยหมดลงและการสะสมหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น รวมทั้งการส่งออกที่ชะลอลงสอดคล้องกับเศรษฐกิจในภูมิภาค

มองไปข้างหน้า อุปสงค์ภายในประเทศและการส่งออกคาดว่าจะทยอยฟื้นตัว แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะล่าช้าออกไป ในขณะที่ข้อจำกัดด้านอุปทานอาจมีส่วนทำให้การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกขยายตัวได้ต่ำลง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจยังมีแรงขับเคลื่อนต่อไปได้และภาวะการเงินที่ผ่อนปรนน่าจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง โดยสินเชื่อภาคเอกชนแม้จะชะลอลงบ้างแต่ยังขยายตัวในอัตราสูง โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและพื้นฐานชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจ

คณะกรรมการฯ ประเมินว่าการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนปรนในปัจจุบันยังมีความจำเป็น และเหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยที่กำลังอยู่ในช่วงปรับตัว ภายใต้ภาวะที่แรงกดดันด้านราคายังไม่น่ากังวล ในขณะที่ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินและความไม่แน่นอนของภาวะการเงินโลกยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม

คณะกรรมการฯ จึงมีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี โดย 1 เสียงเห็น ควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 เพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องของการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีหน้า